บุกค้นรังแพ็กเฮโรอีน! รอง ผบ.ตร.คุม “อุทัย” ชี้จุดกบดานอยุธยา พบคราบเฮโรอีน-เงินสด-หลักฐานอื้อ รับทำมาแล้ว 3 ครั้ง ค่าจ้างเที่ยวละ 6 หมื่น ก่อนเอ่ยปาก “ขอโทษแอร์ด้วยครับ”

# บุกค้นรังแพ็กเฮโรอีน! รอง ผบ.ตร.คุม “อุทัย” ชี้จุดกบดานอยุธยา พบคราบเฮโรอีน-เงินสด-หลักฐานอื้อ รับทำมาแล้ว 3 ครั้ง ค่าจ้างเที่ยวละ 6 หมื่น ก่อนเอ่ยปาก “ขอโทษแอร์ด้วยครับ”

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 4 กรกฎาคม ที่อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง ย่านคลองสวนพลู อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล นำกำลังชุดสืบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล เจ้าหน้าที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานตำรวจ เข้าตรวจค้นอพาร์ตเมนต์ที่ใช้เป็นแหล่งกบดานและสถานที่แพ็กกระเป๋าผ้าลายช้างซุกซ่อนเฮโรอีน ก่อนส่งต่อให้แอร์โฮสเตสสาว ซึ่งถูกทางการออสเตรเลียจับกุมพร้อมยาเสพติด ภายหลังพบชายสวมเสื้อฮู้ดสีน้ำเงินนำกล่องพัสดุไปส่งยังคอนโดมิเนียมย่านบางนา กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา

การตรวจค้นภายในห้องพักพบหลักฐานจำนวนมาก ทั้งผ้าลายช้างที่ยังไม่ได้เย็บเป็นกระเป๋า 8 ผืน เศษผ้าลายช้างที่ถูกตัดแต่งเป็นริ้วจำนวนมาก เงินสดธนบัตรใบละ 1,000 บาทจำนวนหนึ่ง โทรศัพท์มือถือ กระเป๋าสตางค์ เสื้อผ้า กางเกงยีนส์ขาสั้น เสื้อสีน้ำเงินแขนสั้น และกระเป๋าเป้ ซึ่งเชื่อว่าเป็นของใช้ของผู้ต้องสงสัยในวันที่นำพัสดุไปส่ง

เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้เก็บเศษผ้าทั้งหมดมาตรวจอย่างละเอียด โดยใช้วิธีเกลี่ยเศษผ้าเพื่อรวบรวมผงสีขาวที่ติดค้างอยู่ ก่อนบรรจุใส่ถุงซิปล็อกเพื่อนำเข้าสู่กระบวนการตรวจพิสูจน์ พร้อมเก็บลายนิ้วมือแฝงจากวัตถุพยานทุกชิ้น รวมทั้งตรวจสอบข้อมูลในโทรศัพท์มือถือและเส้นทางการเงิน เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเชื่อมโยงไปยังผู้ร่วมขบวนการ

ต่อมาเวลา 16.16 น. เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายอุทัย คณาภิวัฒน์ อายุ 57 ปี ชาวจังหวัดน่าน ผู้ต้องสงสัยซึ่งเป็นชายสวมเสื้อฮู้ดสีน้ำเงินในภาพวงจรปิด มายังห้องพักเพื่อยืนยันของกลาง ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้นำตัวอย่างผงสีขาวที่เก็บจากเศษผ้าลายช้างมาตรวจด้วยเครื่อง FTIR (Fourier Transform Infrared Spectroscopy) ซึ่งเป็นเครื่องมือวิเคราะห์สารด้วยแสงอินฟราเรด ผลตรวจยืนยันเบื้องต้นพบว่าเป็นเฮโรอีน

หลังทราบผลตรวจ พล.ต.อ.สำราญได้สอบถามนายอุทัยว่า เศษผ้าลายช้างดังกล่าวเป็นวัสดุที่ใช้บรรจุยาเสพติดใช่หรือไม่ นายอุทัยพยักหน้ารับ พร้อมยอมรับว่าเป็นวัสดุที่ใช้บรรจุเฮโรอีนจริง ก่อนที่เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจะชี้แจงว่า ผลตรวจดังกล่าวเป็นเพียงการยืนยันเบื้องต้น และจะส่งตัวอย่างเข้าสู่ห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจพิสูจน์อย่างละเอียดอีกครั้ง โดยยังไม่สามารถระบุปริมาณของเฮโรอีนที่ตกค้างได้ในขณะนี้ จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงนำตัวนายอุทัยกลับขึ้นไปตรวจค้นภายในห้องพักซ้ำอีกครั้ง

ภายหลังการตรวจค้น พล.ต.อ.สำราญ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายอุทัยในลักษณะจับกุมเร่งด่วน ก่อนดำเนินการขอศาลออกหมายจับตามขั้นตอน โดยผู้ต้องหาเป็นชาวม้ง จังหวัดน่าน และมาเช่าห้องพักแห่งนี้ใช้เป็นสถานที่เก็บและแพ็กกระเป๋าที่บรรจุเฮโรอีน

จากการสอบสวน ผู้ต้องหารับสารภาพว่า เมื่อวันที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้เดินทางไปรับกระเป๋าผ้าลายช้างที่อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา เป็นกระเป๋าลายช้าง 4 ตัว จำนวน 12 ใบ และกระเป๋าลายช้าง 2 ตัว จำนวน 6 ใบ ซึ่งภายในบรรจุเฮโรอีนมาเรียบร้อยแล้ว ก่อนนำทั้งหมดมาพักเก็บไว้ที่ห้องเช่าในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จากนั้นจึงแพ็กใส่กล่องพัสดุเพื่อเตรียมจัดส่งตามคำสั่งของผู้ว่าจ้าง

ผู้ต้องหายังให้การว่า หลังทราบข่าวแอร์โฮสเตสสาวถูกจับกุมพร้อมยาเสพติดที่ประเทศออสเตรเลีย จึงเกิดความหวาดกลัว รีบนำเฮโรอีนที่เหลือทิ้งลงชักโครก พร้อมนำกระเป๋าบางส่วนไปทิ้งตามจุดต่าง ๆ เพื่อทำลายหลักฐาน ส่วนของกลางที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบภายในห้องพัก เป็นวัสดุบางส่วนที่ถูกตีกลับมาจากจุดรับส่งพัสดุย่านซอยเสือใหญ่

ผลการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ยังพบคราบเฮโรอีนตกค้างภายในกระเป๋าที่ตรวจยึดได้ โดยมีค่าความเข้มข้นเกือบ 900 คะแนน จากคะแนนเต็ม 1,000 คะแนน ยืนยันได้ว่ากระเป๋าดังกล่าวเคยใช้บรรจุเฮโรอีนจริง และถือเป็นพยานหลักฐานสำคัญในการดำเนินคดี

 

พล.ต.อ.สำราญ กล่าวว่า ผู้ต้องหารับสารภาพว่าทราบตั้งแต่ต้นว่าภายในกระเป๋าบรรจุเฮโรอีน โดยไปรับของจากบุคคลที่ปกปิดใบหน้าที่อำเภอเชียงคำ ก่อนโดยสารรถทัวร์เข้ากรุงเทพมหานคร แล้วนำมาพักไว้ที่ห้องเช่า ก่อนแพ็กใส่กล่องและนำไปส่งยังคอนโดมิเนียมย่านบางนา ได้รับค่าจ้างครั้งละ 60,000 บาท และอ้างว่าทำมาแล้วทั้งหมด 3 ครั้ง

สำหรับผู้ว่าจ้าง ผู้ต้องหาให้การว่าเป็นบุคคลชาวไทย ติดต่อผ่านแอปพลิเคชันไลน์ โดยใช้ชื่อบัญชีในลักษณะชื่อรหัส เช่น “รินริน” แต่ไม่ทราบชื่อและตัวตนที่แท้จริง เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลการติดต่อและเส้นทางการเงิน เพื่อขยายผลไปยังผู้สั่งการและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง

ส่วนการลำเลียงยาเสพติด ผู้ต้องหาอ้างว่าไม่ได้เป็นผู้บรรจุเฮโรอีนลงในกระเป๋า แต่รับกระเป๋าที่บรรจุมาแล้ว ก่อนนำมาแพ็กใส่กล่องเพื่อส่งต่อเท่านั้น พร้อมรับสารภาพว่าการขนส่งทั้ง 3 ครั้ง ใช้คนขับรถรายเดียวกัน คือ นายอติราช หรือ “เป้” อายุ 59 ปี โดยติดต่อผ่านหมายเลขโทรศัพท์ ไม่ได้เรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน แม้อ้างว่าไม่รู้จักกันเป็นการส่วนตัว แต่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ และอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน หากพบว่ามีส่วนร่วมในขบวนการ จะดำเนินการขอศาลออกหมายจับเพิ่มเติมทันที

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบความเชื่อมโยงของบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งต้นทาง ผู้ประสานงาน ผู้ขนส่ง และปลายทางของขบวนการ พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องตามพยานหลักฐานอย่างเด็ดขาด

พล.ต.อ.สำราญ ยังยืนยันว่า ชายสวมเสื้อฮู้ดสีน้ำเงินที่ปรากฏในภาพจากกล้องวงจรปิด คือ นายอุทัย ผู้ต้องหารายนี้ เนื่องจากเจ้าตัวรับสารภาพว่าเป็นบุคคลในภาพ พร้อมให้ข้อมูลว่าเสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันก่อเหตุได้นำไปทิ้งแล้ว แม้สีเสื้อที่สวมในวันจับกุมจะแตกต่างกัน แต่เป็นเสื้อยี่ห้อเดียวกันที่เจ้าตัวนิยมสวมใส่ ขณะเดียวกันการตรวจค้นทั้งสองจุดยังพบเสื้อผ้าและสิ่งของที่มีลักษณะสอดคล้องกับภาพจากกล้องวงจรปิด รวมถึงกระเป๋าที่ใช้บรรจุยาเสพติดบางส่วน ส่วนจุดที่นำเสื้อผ้าไปทิ้ง เจ้าหน้าที่ยังคงเร่งติดตามค้นหาเพิ่มเติม

สำหรับแอร์โฮสเตสสาวที่ถูกจับกุมในประเทศออสเตรเลีย พล.ต.อ.สำราญ ระบุว่า การดำเนินคดีเป็นอำนาจของตำรวจออสเตรเลีย อย่างไรก็ตาม ตำรวจไทยพร้อมประสานความร่วมมือและส่งมอบพยานหลักฐานทั้งหมด หากได้รับการร้องขอจากทางการออสเตรเลีย

ภายหลังเวลา 17.10 น. เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายอุทัยออกจากอพาร์ตเมนต์ ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่ามีสิ่งใดอยากกล่าวหรือไม่ โดยนายอุทัยกล่าวเพียงสั้น ๆ ระหว่างเดินขึ้นรถควบคุมตัวว่า **”ขอโทษแอร์ด้วยครับ ขอโทษที่ทำลงไป ขอโทษจริง ๆ ครับ”**

เบื้องต้น พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาตามพฤติการณ์ของคดี ซึ่งคาดว่าจะมีหลายข้อหา ทั้งในความผิดเกี่ยวกับการครอบครอง การลำเลียง และการมีส่วนร่วมในขบวนการค้ายาเสพติดระหว่างประเทศ พร้อมเร่งขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการทั้งต้นทาง ผู้สั่งการ และผู้รับปลายทาง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

 

error: เนื้อหา และภาพข่าวมีลิขสิทธิ์ห้ามนำไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาติ