คนร้ายย่องถอดกล่องควบคุมรถแม็คโคร ใกล้ป้อมตำรวจ เสียหายกว่า 2 แสน เจ้าของเชื่อทำตามใบสั่ง

คนร้ายย่องถอดกล่องควบคุมรถแม็คโคร ใกล้ป้อมตำรวจ เสียหายกว่า 2 แสน เจ้าของเชื่อทำตามใบสั่ง

วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก นายนุกูล ลายทิม อายุ 43 ปี ชาวอำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ผู้รับเหมาและเจ้าของรถแม็คโคร หลังถูกคนร้ายลักขโมยกล่องอุปกรณ์และระบบควบคุมการทำงานของรถแม็คโคร ขณะจอดไว้บริเวณเกาะกลางถนนสายเอเชีย พื้นที่อำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ส่งผลให้ได้รับความเสียหายกว่า 200,000 บาท และไม่สามารถนำรถออกไปทำงานได้ ต้องสั่งอะไหล่ใหม่และรอการติดตั้งอีกหลายวัน

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบพบรถแม็คโครคันเกิดเหตุจอดอยู่บริเวณจุดทำงานปรับปรุงภูมิทัศน์ริมเกาะกลางถนน โดยนายนุกูลเปิดเผยว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 6 กรกฎาคมที่ผ่านมา หลังเสร็จสิ้นภารกิจในเวลาประมาณ 17.00-18.00 น. ได้นำรถมาจอดไว้บริเวณเดิม พร้อมล็อกประตูและล็อกกุญแจตามปกติ จุดจอดอยู่ห่างจากป้อมสายตรวจ สภ.มหาราช เพียงประมาณ 100 เมตร อีกทั้งอยู่ใกล้ปั๊มน้ำมันและร้านค้า จึงมั่นใจว่ามีความปลอดภัย

หลังจากนั้นตนเดินทางไปอาบน้ำที่ปั๊มน้ำมัน ก่อนกลับมาตรวจสอบรถอีกครั้งในช่วงเวลา 19.00-20.00 น. จากนั้นได้ไปนอนเฝ้ารถเทรลเลอร์ที่จอดอยู่ใกล้เคียง กระทั่งเช้าวันที่ 7 กรกฎาคม เวลาประมาณ 07.00-08.00 น. เมื่อกลับมาตรวจสอบรถแม็คโคร พบว่ากล่องอุปกรณ์และระบบควบคุมการทำงานของรถได้หายไป โดยไม่ทราบช่วงเวลาที่คนร้ายลงมือก่อเหตุ
นายนุกูลกล่าวว่า สิ่งที่น่าสงสัยคือ รถไม่มีร่องรอยการงัดแงะหรือความเสียหาย ประตูยังคงล็อกอยู่ในสภาพเดิม ไม่มีการตัดสายไฟหรือทำลายอุปกรณ์ใด ๆ ลักษณะคล้ายผู้ก่อเหตุสามารถเปิดประตูด้วยกุญแจหรืออุปกรณ์เฉพาะ ก่อนถอดชิ้นส่วนและล็อกรถคืนดังเดิม จึงเชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็นผู้มีความชำนาญด้านการเปิดล็อกรถและรู้ระบบของรถแม็คโครเป็นอย่างดี
ผู้เสียหายยังเชื่อว่าคนร้ายน่าจะเฝ้าสังเกตพฤติกรรมของตนมาก่อน เพื่อรอจังหวะที่ไม่มีคนอยู่ ก่อนเข้ามาก่อเหตุ อีกทั้งตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นการลักขโมย “ตามใบสั่ง” เนื่องจากกล่องควบคุมของรถแม็คโครยี่ห้อและรุ่นดังกล่าวเป็นอะไหล่เฉพาะ มีราคาสูง และอาจมีผู้ต้องการนำไปใช้กับรถรุ่นเดียวกัน

นอกจากนี้ นายนุกูลยืนยันว่า รถแม็คโครคันดังกล่าวเป็นทรัพย์สินของตนเอง ไม่มีลูกน้องเป็นผู้ขับ และตนเป็นผู้ถือกุญแจรถเพียงคนเดียว จึงยิ่งเชื่อว่าผู้ก่อเหตุมีความเชี่ยวชาญและเลือกลงมือกับรถรุ่นนี้โดยเฉพาะ

เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความเสียหายเป็นเงินกว่า 200,000 บาท อีกทั้งส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพ เนื่องจากรถไม่สามารถใช้งานได้จนกว่าจะสั่งอะไหล่และติดตั้งระบบควบคุมใหม่ ทำให้ต้องหยุดงานรับเหมาชั่วคราว สูญเสียรายได้โดยตรง

ภายหลังเกิดเหตุ ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.มหาราช เพื่อดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจและชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พร้อมเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณโดยรอบ เพื่อติดตามเส้นทางหลบหนีและรวบรวมพยานหลักฐานในการติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
ผู้เสียหายยังฝากประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชน หากผู้ใดพบเห็นบุคคลต้องสงสัย หรือมีเบาะแสที่สามารถนำไปสู่การจับกุมผู้ก่อเหตุได้ ขอให้แจ้งข้อมูลมายังตนโดยตรง โดยยืนยันว่าจะมอบรางวัลตอบแทนแก่ผู้ที่ให้ข้อมูลจนนำไปสู่การจับกุมคนร้ายได้สำเร็จ

error: เนื้อหา และภาพข่าวมีลิขสิทธิ์ห้ามนำไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาติ