กรมชลประทานเดินหน้าขับเคลื่อนการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา จัดประชุมปัจฉิมนิเทศและกิจกรรมสื่อสัญจร สรุปผลการศึกษาแนวทางปรับปรุง “โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามหาราช – บางบาล” ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรีและพระนครศรีอยุธยา
ที่ห้องประชุมอโยธยา ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายประพันธ์ ตรีบุบผา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยนายปรัชญา ฉายวัฒนา ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโยธา (ด้านวางแผน) กรมชลประทาน ร่วมประชุมสรุปผลการศึกษาและประชุมสื่อสัญจร โดยมีผู้แทนหน่วยงานราชการ ผู้แทนโครงการส่งน้ำฯ และกลุ่มผู้ใช้น้ำเข้าร่วม ก่อนลงพื้นที่ปากคลองชัยนาท-อยุธยา เพื่อนำเสนอแนวทางปรับปรุงโครงการ และเยี่ยมชมเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท
ขณะเดียวกัน ที่ห้องประชุมขุนสรรค์พันเรือง ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสิงห์บุรี นายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เป็นประธานการประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามหาราช โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนผู้ใช้น้ำเข้าร่วม
นายปรัชญา เปิดเผยว่า โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามหาราชและบางบาลเป็นส่วนหนึ่งของ “โครงการเจ้าพระยาใหญ่” โดยโครงการมหาราชสร้างเสร็จเมื่อปี 2495 รับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเข้าสู่ปากคลองชัยนาท-อยุธยา ส่งน้ำหล่อเลี้ยงพื้นที่กว่า 404,660 ไร่ ใน 5 จังหวัด 16 อำเภอ ส่วนโครงการบางบาลสร้างเสร็จปี 2525 ส่งน้ำให้พื้นที่ 130,810 ไร่ ใน 2 จังหวัด 6 อำเภอ อาศัยการสูบน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางหลวง และแม่น้ำน้อย ทั้งสองโครงการมีอายุการใช้งานยาวนานหลายสิบปี
ส่งผลให้โครงสร้างบางส่วนเสื่อมสภาพ ลดประสิทธิภาพการส่งน้ำและการระบายน้ำ ขณะเดียวกันพื้นที่รอบโครงการเปลี่ยนจากเกษตรกรรมเป็นชุมชนและอุตสาหกรรม ทำให้รูปแบบการใช้น้ำเปลี่ยนไป กรมชลประทานจึงเริ่มศึกษาความเหมาะสมเพื่อปรับปรุงระบบชลประทานเดิม ตรวจสอบจุดชำรุด พร้อมเสนอแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพ ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม และรับฟังข้อเสนอแนะจากพื้นที่ เพื่อนำมาประกอบการวางแผนพัฒนาโครงการให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน
แผนปรับปรุงโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามหาราช (10 แผนงาน) ประกอบด้วยการปรับปรุงประตูระบายน้ำมหาราช คลองชัยนาท-อยุธยา ระบบส่งน้ำและระบายน้ำ การเพิ่มน้ำต้นทุน-เพิ่มศักยภาพกักเก็บน้ำ การแก้ปัญหาน้ำท่วม การใช้เทคโนโลยีบริหารจัดการน้ำ รวมถึงการปรับปรุงด้านการเกษตรและการบริหารจัดการองค์กร
เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการน้ำแล้ง-น้ำท่วม รายได้ภาคเกษตรเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 8,653.29 บาท/ไร่ เกษตรกรได้รับประโยชน์ 10,451 ราย รายได้ต่อครัวเรือนเพิ่มขึ้น 46,552.97 บาท/ครัวเรือน และประชาชนกว่า 132,241 ครัวเรือน จะได้รับประโยชน์จากการลดความเสียหายอุทกภัย
ส่วนแผนปรับปรุงโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาบางบาล (9 แผนงาน)เน้นแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำ–การส่งน้ำ ปรับปรุงระบบส่งน้ำและระบายน้ำ การกำจัดวัชพืช พัฒนาพื้นที่ลุ่มต่ำบางบาล–บ้านแพน การใช้เทคโนโลยีบริหารจัดการน้ำ พร้อมปรับปรุงอาคารและครุภัณฑ์ เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ รายได้เกษตรกรเพิ่มเฉลี่ย 7,647.25 บาท/ไร่ เกษตรกรได้รับประโยชน์ 2,911 ราย รายได้ต่อครัวเรือนเพิ่มขึ้น 43,510.58 บาท/ครัวเรือน มีประชาชนกว่า 72,718 ครัวเรือน ได้รับประโยชน์จากการลดผลกระทบอุทกภัยกรมชลประทานย้ำว่า การปรับปรุงทั้งสองโครงการจะช่วยเพิ่มเสถียรภาพน้ำเพื่อการเกษตร การอุปโภคบริโภค และลดความเสี่ยงจากน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาอย่างยั่งยืน พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนให้มั่นคงในระยะยาว