เมื่อวันที่ 12 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจ Ayutthaya Revised ได้โพสต์ภาพแนวกำแพงพระราชวังโบราณภายในอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาใกล้วัดธรรมิกราชที่ถูกพ่นสีสเปรย์ตัวกำแพงโบราณมีข้อความ “วทอย ATC” และ “ST07” ทางเพจ ได้ระบุข้อความ ที่โพสต์ไว้ว่า ฝากช่วยกันเป็นกระบอกเสียง โบราณสถานทุกแห่งควรช่วยกันรักษา ไม่ใช่ทำลาย อิฐทุกก้อนมีเรื่องราวและความหมายในตัว แต่ถึงกระนั้นก็ยังเกิดการทำลายโบราณสถานเช่นนี้
ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบแนวกำแพงพระราชวังโบราณฝั่งที่ติดกับวัดธรรมิกราช ด้านหลังพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระเจ้าอู่ทอง และใกล้กับวิทยาลัยเทคนิคพระนครศรีอยุธยา พบว่าแนวกำแพงถูกพ่นด้วยสีสเปรย์ สีบรอนซ์แบบสะท้อนแสง ข้อความจำนวน 3 จุด คือ “วทอย ATC” และอีก 2 จุด “ST07” ลักษณะเพิ่งจะมีการพ่นสีใหม่ๆ นอกจากนี้บริเวณใกล้เคียงยังพบเศษขยะ กล่องโฟม ขวดพลาสติกน้ำดื่มขวดน้ำอัดลมจำนวนมาก ที่น่าสังเกตพบซองพลาสติกแบบใส จำนวนหลายซองมีเศษผงคล้ายกับกัญชาเหลืออยู่ ส่วนบนแนวกำแพงยังพบแผ่นอิฐ นำมาก่อทำเป็นเตามีการเผาท่อนฟืนเอาไว้ใกล้กันยังพบว่าแนวลวดหนามที่กั้นห้ามเข้ามาในพื้นที่ ยังถูกตัดขาด
นายธนายุ แสงฟ้า นายช่างโยธาชำนาญงานอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา กรมศิลปากร นำเจ้าหน้าที่พร้อมอุปกรณ์เข้าทำความสะอาดลบรอยสีสเปรย์ที่ถูกพ่นเอาไว้ที่แนวกำแพง ซึ่งพบว่าสีสเปรย์ไม่ฝังลึกเข้าไปที่ตัวอิฐ เนื่องจากมีคราบตะไคร่น้ำและฝุ่นติดอยู่ มีบางส่วนที่เข้าไปในซอกของอิฐสามารถที่จะขัดออกได้ พร้อมกับซ่อมแซมแนวรั้วลวดหนามที่ถูกตัด
ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคพระนครศรีอยุธยาที่นั่งอยู่บริเวณใกล้เคียง เล่าให้ฟังว่า ตนเองไม่ทราบว่าเป็นนักศึกษากลุ่มไหน แต่เคยเห็นมีนักศึกษาเข้าไปจับกลุ่มนั่งเล่นบริเวณที่มีการพ่นสีที่กำแพง ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่น่ากระทำเพราะเป็นโบราณสถานด้วย
ด้าน นายชูศักดิ์ ศรีคงคา อายุ 61 ปี พ่อค้าขายของที่ระลึกวิหารหลวงพ่อพระมงคลบพิตรมา 40 ปี กล่าวว่า หลังจากที่ทราบว่ามีบุคคลไปนำสีสเปรย์พ่นกำแพงโบราณสถานซึ่งตนเห็นว่าไม่เหมาะสมและไม่สมควรเป็นอย่างยิ่งเพราะการกระทำดังกล่าวนั้นเป็นการกระทำที่ทำลายการท่องเที่ยว ถ้าชาวต่างชาติมาเที่ยวแล้วถ่ายรูปไปเผยแพร่ก็จะดูเป็นภาพลักษณ์ที่ไม่ดีและไม่สมควรเป็นอย่างยิ่ง แต่ในความรู้สึกของตนคิดว่าน่าจะเป็นนักศึกษาหรือวัยรุ่นมากกว่าที่จะเป็นผู้ใหญ่ เพราะวัยรุ่นไม่ได้มีความคิดอะไรมีแต่ความคึกคะนอง จึงอยากฝากให้หยุดพฤติกรรมแบบนี้เพราะเป็นการทำลายโบราณสถานอีกทั้งยังผิดกฎหมาย ถ้าหากถูกพบต้องถูกดำเนินคดีข้อหาร้ายแรงด้วย
นายภาณุวัฒน์ เอื้อสามาลย์ ผู้อำนวยการอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า จากการที่รับการร้องเรียนแจ้งมาว่ามีการเข้าไปขีดเขียนพ่นสีสเปรย์โบราณสถานที่บริเวณแนวกำแพงพระราชวังโบราณที่มีรั้วรอบขอบชิดซึ่งมีการบุกรุกเข้าไปตัดรั้วลวดหนาม ในการขีดเขียน พ่นสี ถือว่าเป็นกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.โบราณสถาน การเข้าชมโบราณสถาน ซึ่งจะห้ามขีดเขียน ห้ามทิ้งขยะ ห้ามปีนป่าย ผู้ที่กระทำความผิดจะมีบทลงโทษทั้งจำทั้งปรับตั้งแต่ 10,000 บาท จำคุก 1 เดือน
อยากจะขอฝากประชาสัมพันธ์ โบราณสถานเป็นสมบัติสำคัญของชาติขอให้ช่วยกันดูแลรักษา ในเบื้องต้นทางอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปขัดล้างพื้นที่ดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว อยากให้ทุกคนมีจิตสำนึกช่วยกันดูแลรักษาโบราณสถาน ขอขอบคุณสื่อมวลชนที่ได้ร่วมช่วยกันแจ้งข้อมูลข่าวสารที่พบเห็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมเป็นการช่วยกันดูแลรักษาโบราณสถานร่วมกัน