สลด พบหญิงวัย 51 ปี เสียชีวิตในโบราณสถาน เขียนจดหมายสั่งเสียให้ญาตินำทรัพย์สินไปขายใช้หนี้

สลด พบหญิงวัย 51 ปี เสียชีวิตในโบราณสถาน เขียนจดหมายสั่งเสียให้ญาตินำทรัพย์สินไปขายใช้หนี้

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 19 มกราคม พ.ต.ต.ลภัสกฤตา ธาระเลิศ สว.(สอบสวน) สภ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งเหตุพบหญิงเสียชีวิตภายในโบราณสถาน ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เขตอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา อ.พระนครศรีอยุธยา จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนนำกำลังเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ปองภพ ประสบพิชัย ผกก.สภ.พระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน แพทย์โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา และประสานมูลนิธิร่วมกตัญญูเข้าร่วมสนับสนุน

ที่เกิดเหตุพบร่างหญิงนอนพิงกำแพงโบราณสถาน สวมเสื้อสีขาว กางเกงขายาวสีดำ มีผ้าพันคอสีเทาลายหัวใจ สวมแว่นตา พบร่องรอยบาดแผลจากของมีคมที่บริเวณแขนซ้าย ใบมีดคัตเตอร์ ตกอยู่ใกล้ตัว ตรวจสอบบริเวณโดยรอบไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือการรื้อค้น

ใกล้กันพบกระเป๋าสะพาย ภายในมีบัตรประจำตัวประชาชน ระบุชื่อ นางสาวกัญญณัช อายุ 51 ปี ชาว จ.ศรีสะเกษ นอกจากนี้ยังพบบัตรอุทิศร่างกายให้คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั๋วเข้าชมโบราณสถาน ลงวันที่ 18 มกราคม ยาประจำตัว กล่องใส่ใบมีดคัตเตอร์ และจดหมายที่เขียนด้วยลายมือ ระบุข้อความสั่งเสียให้ญาตินำจักรเย็บผ้าที่มีอยู่ไปขาย เพื่อนำเงินไปชำระหนี้ พร้อมระบุชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ญาติผู้ติดต่อ

เจ้าหน้าที่ได้กั้นพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ และสอบสวนผู้พบศพเป็นรายแรก ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโบราณสถาน พร้อมทั้งตรวจเก็บพยานหลักฐานโดยรอบอย่างละเอียด ใพบร่องรอยการต่อสู้ หรือค้นจากกระเป๋า

จากการสอบถาม ผู้ดูแลโบราณสถาน ให้การว่า ตนเข้าเวรตั้งแต่ช่วงกลางคืนและได้เดินตรวจตราบริเวณดังกล่าวในช่วงเที่ยงคืน ไม่พบสิ่งผิดปกติ กระทั่งช่วงเช้าประมาณ 06.00 น. เข้าตรวจสอบอีกครั้ง พบหญิงนอนพิงกำแพงในลักษณะเสียชีวิตแล้ว จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ

พนักงานสอบสวนได้ติดต่อญาติผู้เสียชีวิตตามเบอร์โทรศัพท์ที่ระบุไว้ ทราบว่าเป็นหลานสาว ให้ข้อมูลว่า ผู้เสียชีวิตมีโรคประจำตัวเกี่ยวกับโรคไต ประกอบอาชีพเปิดร้านเย็บผ้าอยู่ในพื้นที่ย่านมีนบุรี กรุงเทพมหานคร และเคยโทรศัพท์มาระบายปัญหาเรื่องภาระหนี้สิน พร้อมพูดถึงการนำจักรเย็บผ้าไปขายเพื่อใช้หนี้ หากเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้น อีกทั้งก่อนหน้านี้ผู้เสียชีวิตแจ้งว่าจะเดินทางมาไหว้พระและท่องเที่ยวในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ด้านแพทย์เวรโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา ร่วมชันสูตรพลิกศพเบื้องต้น คาดว่าผู้เสียชีวิตเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 7–8 ชั่วโมง พนักงานสอบสวนได้บันทึกภาพที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน และสั่งการให้ชุดสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อหาลำดับเหตุการณ์ก่อนเกิดเหตุ

ต่อมาได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู นำร่างผู้เสียชีวิตส่งไปยังสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ จังหวัดปทุมธานี เพื่อดำเนินการตรวจพิสูจน์อย่างละเอียดอีกครั้ง และรอประสานญาติมารับศพไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้

error: เนื้อหา และภาพข่าวมีลิขสิทธิ์ห้ามนำไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาติ