นายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ เสนอมอบนโยบายเชิงรุก ร่วมแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 อย่างยั่งยืน

นายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ เสนอมอบนโยบายเชิงรุก ร่วมแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 อย่างยั่งยืน

 

ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ได้ทวีความรุนแรงจนกลายเป็นวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประเทศ ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนในวงกว้าง โดยเฉพาะพื้นที่ภาคกลางตอนบน ซึ่งมีทั้งพื้นที่เกษตรกรรม อุตสาหกรรม และการคมนาคมหนาแน่น

ศาสตราจารย์พิเศษชัยสิทธิ์ ตราชูธรรม นายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ กล่าวว่า ฝุ่น PM 2.5 ที่มีค่าเกินมาตรฐานเป็นอันตรายต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาว อาทิ อาการทางเดินหายใจ ระคายเคืองตา ผิวหนังอักเสบ และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคร้ายแรง เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง ความดันโลหิตสูง รวมถึงมะเร็งปอด เนื่องจากฝุ่นขนาดเล็กสามารถเข้าสู่ถุงลมปอดและกระแสเลือดได้โดยตรง

นายกสภามหาวิทยาลัยฯ ระบุว่า แหล่งกำเนิดฝุ่น PM 2.5 มาจากหลายภาคส่วน โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรม เช่น การเผาตอซัง ฟางข้าว ใบอ้อย และเศษซากพืช รวมถึงภาคอุตสาหกรรม การคมนาคม การก่อสร้าง และกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ประกอบกับสภาพอากาศที่นิ่งในฤดูหนาว และความแห้งแล้งในฤดูร้อน ทำให้ฝุ่นสะสมและฟุ้งกระจายได้ง่าย สำหรับพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท สุพรรณบุรี กาญจนบุรี และนนทบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิรับผิดชอบ พบว่ามีค่าฝุ่น PM 2.5 เกินมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง โดยมีสาเหตุหลักจากการเผาในภาคเกษตรกรรม

ศาสตราจารย์พิเศษชัยสิทธิ์ ตราชูธรรม กล่าวเน้นย้ำว่า สภามหาวิทยาลัยได้กำหนดนโยบายให้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ มีบทบาทเชิงรุกในการร่วมแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 อย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการบูรณาการองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อสนับสนุนการลดการเผา และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่

“การแก้ไขปัญหา PM 2.5 ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน มหาวิทยาลัยจึงต้องเป็นกลไกทางวิชาการที่สำคัญในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหานี้ จนกว่าจะเห็นผลเป็นรูปธรรมอย่างยั่งยืน”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

error: เนื้อหา และภาพข่าวมีลิขสิทธิ์ห้ามนำไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาติ