เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ร.ต.ท.ฐิติกร จุลวานิช รอง สว.(สอบสวน) สภ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งเหตุรถยนต์เก๋งชนกับรถจักรยานยนต์ มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บนถนนสายเอเชีย ช่องทางคู่ขนาน ช่วงหลังกิโลเมตรที่ 15 บริเวณใกล้เคียงอยุธยาบาดาล ต.บ้านกรด อ.บางปะอิน จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมประสานมูลนิธิพุทไธสวรรย์ให้การสนับสนุน
ที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตเป็นหญิง ทราบชื่อคือ น.ส.กมลพร ฉายยา อายุ 36 ปี ชาวจังหวัดนครสวรรค์ สภาพศพนอนเสียชีวิตอยู่ข้างทาง ใกล้กันในพงหญ้าพบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีดำ หมายเลขทะเบียน 1 กด 8433 พิจิตร สภาพพังเสียหายยับเยิน
ห่างออกไปประมาณ 10 เมตร พบรถยนต์เก๋ง โตโยต้า วีออส สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน วษ 3689 กรุงเทพมหานคร สภาพด้านขวาฝั่งคนขับได้รับความเสียหายอย่างหนัก ล้อหน้าขวาแตก และมีคราบเลือดติดอยู่บริเวณตัวรถ
จากการสอบถาม นายมาร์ช อายุ 31 ปี คนขับรถยนต์เก๋ง ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในอาการตกใจว่า ขับรถมาจากถนนสาย 356 ก่อนเลี้ยวเข้าถนนคู่ขนานสายเอเชีย เพื่อจะขึ้นสะพานกลับรถมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ ขณะขับรถอยู่บริเวณกลางเลน ได้เกิดเหตุชนกับรถจักรยานยนต์ที่ขี่สวนทางมา จนทำให้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เสียชีวิต ยอมรับผิดและเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมระบุว่าไม่ชินเส้นทาง เนื่องจากเดินทางมาจากกรุงเทพฯ และไม่ทราบว่าเป็นถนนที่มีการสัญจรสวนทางกัน พยายามหักหลบแล้วแต่ไม่พ้น
ขณะที่ นายชูทาพงษ์ วงศ์มา อายุ 35 ปี แฟนหนุ่มของผู้เสียชีวิต พร้อมครอบครัว เดินทางมาดูศพหลังทราบข่าวจากเพื่อนไรเดอร์ ถึงกับร่ำไห้ทรุดตัวด้วยความเสียใจ เปิดเผยว่า คบหากันมากว่า 4–5 ปี และทำงานเป็นไรเดอร์ส่งอาหารด้วยกันเป็นอาชีพ ทุกเช้าจะแยกกันออกไปทำงาน และกลับมาเจอกันช่วงเย็น ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุสลดขึ้น โดยลูกสาวของผู้เสียชีวิตเพิ่งเรียนจบชั้น ม.6 ทำให้ครอบครัวเสียใจอย่างมาก พร้อมกล่าวขอโทษพ่อแม่ของแฟนสาวที่ดูแลได้ไม่ดีพอ
นายชูทาพงษ์ยังระบุว่า จากการสอบถามคนขับรถยนต์เก๋ง ทราบว่ามีการขับรถทับเส้นกลางเลนและเกิดการขับสวนทาง จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ของคนขับรถเก๋ง เนื่องจากเห็นว่าไม่ควรเกิดเหตุเช่นนี้
ด้านเพื่อนผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นไรเดอร์ด้วยกัน เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายกำลังขี่รถจักรยานยนต์ไปส่งเครื่องดื่มให้ลูกค้า โดยเหลือระยะทางไม่ถึง 50 เมตรจะถึงจุดหมาย ลูกค้ายังส่งข้อความมาสอบถามว่าเกิดอุบัติเหตุหรือไม่ และขอให้ปลอดภัย เนื่องจากระบบระบุตำแหน่งแสดงว่ารถหยุดอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุ ก่อนจะทราบภายหลังว่าผู้ตายประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตแล้ว
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบภาพจากกล้องหน้ารถของพลเมืองดี ซึ่งขับตามหลังรถยนต์เก๋งคันเกิดเหตุ พบว่ารถยนต์เก๋งขับข้ามเลน เนื่องจากไม่ชินเส้นทางและไม่ทราบว่าเป็นถนนคู่ขนานที่มีรถวิ่งสวนทาง ส่งผลให้พุ่งชนรถจักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิตอย่างแรง จนเสียชีวิตคาที่
เบื้องต้น พนักงานสอบสวนได้บันทึกภาพและเก็บพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุไว้ พร้อมเชิญตัวคนขับรถยนต์เก๋งไปสอบปากคำเพิ่มเติม เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุ และมอบหมายให้เจ้าหน้าที่นำร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรที่โรงพยาบาลบางปะอินต่อไป