นายกฯ เปิดงาน ยอยศยิ่งฟ้าอยุธยามรดกโลก ชูอยุธยา แหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมของไทย

นายกฯ เปิดงาน ยอยศยิ่งฟ้าอยุธยามรดกโลก ชูอยุธยา แหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมของไทย

เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 13 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ที่อุทยานประวัติศาสตร์ จ.พระนครศรีอยุธยา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงาน “ยอยศยิ่งฟ้าอยุธยามรดกโลก ประจำปี พ.ศ. 2568” โดยมี นางสาวธนนนท์ นิรามิษ ประธานกรรมการคู่สมรสคณะรัฐมนตรีและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมแม่บ้านมหาดไทย

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา


.
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เคยเป็นราชธานีที่ยิ่งใหญ่ ของไทยยาวนานกว่า 419 ปี เป็นศูนย์กลางแห่งการปกครอง เศรษฐกิจการค้า และวัฒนธรรม มีการติดต่อสัมพันธ์กับนานาอารยประเทศ ก่อให้เกิดการผสมผสานทางวัฒนธรรมอย่างงดงาม และหล่อหลอมเป็นเอกลักษณ์ของสยามที่โดดเด่นไม่เหมือนชาติใด ร่องรอยแห่งความรุ่งเรืองยังคงปรากฏให้เห็นผ่านโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปกรรม และผังเมืองโบราณ ซึ่งสะท้อนถึงภูมิปัญญาอันล้ำลึกของบรรพชน โดยเฉพาะการใช้แม่น้ำล้อมรอบเมือง เป็นทั้งเส้นทางคมนาคม แหล่งหล่อเลี้ยงชีวิต และยุทธศาสตร์ป้องกันเมือง แสดงถึงความชาญฉลาดและวิสัยทัศน์อันยิ่งใหญ่ของบรรพบุรุษไทย . “ด้วยคุณค่าอันโดดเด่นเป็นสากล นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา จึงได้รับการขึ้นทะเบียน เป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม จากองค์การยูเนสโก นับเป็นเกียรติภูมิของประเทศ และเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งชาติ

การจัดงานในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการเฉลิมฉลองเกียรติยศแห่งอดีตเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสอันสำคัญที่เราทุกคนจะได้ ร่วมกันตระหนักถึงคุณค่า และแสดงพลังความสามัคคีในการร่วมกันบำรุงรักษา สืบสาน และอนุรักษ์มรดกอันล้ำค่านี้ไว้ให้เป็นสมบัติอยู่คู่แผ่นดินไทยสืบไป” . นายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า ขออาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยเฉพาะพระบรมสารีริกธาตุ คู่บ้านคู่เมืองกรุงศรีอยุธยา ตลอดจนดวงพระวิญญาณของบูรพกษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา ได้โปรดดลบันดาลให้การจัดงานในครั้งนี้ ประสบความสำเร็จบรรลุวัตถุประสงค์ทุกประการ และนำมาซึ่งความสุข ความเจริญรุ่งเรืองแก่พี่น้องประชาชนตลอดไป .

ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า งาน “ยอยศยิ่งฟ้าอยุธยามรดกโลก” ถือเป็นงานประเพณีที่สำคัญของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสที่องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ได้ประกาศให้อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้รับรู้ถึงความยิ่งใหญ่ของราชธานีเก่า และความสำคัญของนครแห่งประวัติศาสตร์ “พระนครศรีอยุธยา” กำหนดจัดงานขึ้นระหว่างวันที่ 13-22 กุมภาพันธ์ 2569 ณ บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา โดยมีกิจกรรมต่าง ๆ

อาทิ การจัดแสดงจำหน่ายสินค้าเกษตร สินค้า OTOP กิจกรรมถนนกินเส้น กิจกรรมลานวัฒนธรรม ตลาดย้อนยุค การแสดงแสง-เสียง “ยอยศยิ่งฟ้า อยุธยามหานคราเกริกเกรียงไกร” การออกร้านกาชาด และจำหน่ายสลากกาชาดการกุศล โดยได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากหน่วยงานภาครัฐ องค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา เทศบาลเมืองอโยธยา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มหาวิทยาลัย สถาบันการศึกษา สภาวัฒนธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตลอดจนชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยาทุกภาคส่วน .

การเดินทางเป็นประธานในพิธีเปิดงานยอยศยิ่งฟ้าอยุธยามรดกโลกของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในครั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ได้สักการะเสาหลักเมืองจังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่บริเวณศาลหลักเมืองจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเยี่ยมชมและให้กำลังใจผู้ประกอบการ OTOP เยี่ยมชมนิทรรศการของส่วนราชการ อาทิ โรงพักอโยธยา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจับมัจฉากาชาด แล้วเดินไปบริเวณบึงพระราม โดยใช้วิทยุสื่อสารสั่งการเปิดการแสดงแปรอักษรด้วยอากาศยานไร้คนขับ (Drone)

ซึ่งได้แปรอักษรเป็นภาพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี พระรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงหลั่งทักษิโณทก อันเป็นสัญลักษณ์การเป็นเอกราชจากจักรวรรดิตองอู รวมถึงการกระทำยุทธหัตถี แล้วเดินทางต่อไปเยี่ยมชมอุโมงค์ไฟ แล้วถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) พระนครศรีอยุธยา และเดินเท้าไปเยี่ยมชมมหกรรมสินค้าเกษตรปลอดภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งในระหว่างเส้นทางการตรวจเยี่ยม ได้มีพี่น้องประชาชนให้การต้อนรับและทักทายตลอดเส้นทาง

 

 

คุณอาจสนใจข่าวนี้

error: เนื้อหา และภาพข่าวมีลิขสิทธิ์ห้ามนำไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาติ