หนุ่มปั๊มน้ำมันสุดช้ำ ช่วยชายถูกเมียไล่จากบ้านให้ที่พัก กลับขโมยจยย.-มือถือ

เมื่อวันที่ 1 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ภาพรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่นดรีม สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน 1กฒ 6699 พระนครศรีอยุธยา พร้อมภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกภาพชายรูปร่างใหญ่กำลังเข็นรถจักรยานยนต์ฮอนด้าดรีม สีน้ำเงิน ออกจากหอพักภายในปั๊มน้ำมัน ริมถนนสายเอเชีย ขาเข้ากรุงเทพฯ หมู่ 4 ต.คลองจิก อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ก่อนขี่หลบหนีไป

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบพบกับ นายจำปา บุษยวงศ์ อายุ 42 ปี พนักงานปั๊มน้ำมัน เจ้าของรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวพาไปดูจุดที่จอดรถภายในห้องพักพนักงาน ซึ่งเป็นจุดที่คนร้ายก่อเหตุ

นายจำปา พนักงานปั๊มน้ำมัน เปิดเผยว่า เมื่อคืนวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา ตนเองได้ไปหาเพื่อนที่บริเวณตลาดแกรนด์ ต.ธนู อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา ระหว่างที่กำลังจะเดินทางกลับ ซึ่งขณะนั้นดึกมากแล้วรถจักรยานยนต์เกิดยางแตกจึงเดินเข็นรถเพื่อหาร้านปะยาง จังหวะนั้นมีชายอายุประมาณ 35-40 ปี เข้ามาพูดคุย อาสาที่จะช่วยเข็นรถพาไปร้านปะยางรถจักรยานยนต์ อยู่ด้วยกันจนปะยางรถเสร็จ จากที่พูดคุยกันทราบว่าชายคนดังกล่าวทะเลาะกันแฟนเข้าบ้านไม่ได้ไม่มีที่นอน

ตนเองอยากจะตอบแทนที่ได้มาช่วยเหลือจึงชักชวนให้มานอนพักผ่อนที่ห้องพักของตนเองก่อนตอนเช้าจะพาไปส่งที่บ้าน มาถึงที่ห้องพักตนเองได้จัดที่นอนให้ พอช่วงเช้าตนเองตื่นขึ้นมาพบว่ารถจักรยานยนต์หายไปพร้อมกับโทรศัพท์มือถือของตนอีก 1 เครื่อง และชายคนดังกล่าวได้หายตัวไป จึงไปเปิดกล้องวงจรปิดดูพบว่าชายคนดังกล่าวได้เข็นรถจักรยานยนต์หนีออกไปจากห้องพักตามภาพกล้องวงจรปิด

จึงได้ให้เพื่อนร่วมงานช่วยกันโพสต์หาตามสื่อโซเชียลเผื่อมีใครรู้จักชายคนดังกล่าว หรือเห็นรถจักรยานยนต์ของตนเองให้รีบเอามาคืน และได้ให้เพื่อนร่วมงานโทรศัพท์ไปที่เบอร์โทรศัพท์ของตนเอง ชายคนดังกล่าวบอกว่ายืมมาใช้และกำลังจะเอากลับมาคืน รอมาหลายวันยังไม่นำมาส่งคืนเลย จึงได้เข้าไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปะอิน
นายจำปา กล่าวด้วยความน้อยใจว่า ไม่คิดว่าความหวังดีของตนเองที่อยากจะตอบแทนคนที่ช่วยเหลือ ตนเองจัดหาที่หลับนอนให้อย่างดีจะมาหลอกลวงขโมยรถจักรยานยนต์ที่ซื้อมาด้วยน้ำพักน้ำแรง และโทรศัพท์มือถือถึงจะราคาไม่แพงแต่เป็นเงินที่ตนเองทำงานเก็บเงินสะสม ฝากเตือนต้องระมัดระวังในการที่จะไว้ใจใครสักคน อย่ามองแต่ภายนอกหรือการกระทำ เราไว้ใจใครไม่ได้จริงๆ อยากฝากบอกชายคนดังกล่าว หากเห็นข่าวนี้อยากให้รีบเอารถจักรยานยนต์มาคืนตนเองจะไม่ติดใจเอาเรื่องเลย
