ข่าวล่าสุด

ญาติขอความเป็นธรรม ชาย 42 เส้นเลือดสมองแตก ตร.คิดว่าเมาขับ จับส่งโรงพัก ไม่พาส่งรพ. เผยอาการวิกฤตยังไม่รู้สึกตัว เนื้อสมองได้รับความเสียหาย

 

วันที่ 4 มี.ค.2569 ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด พาภรรยาและครอบครัวของนายธีระมิตร อายุ 42 ปี เข้าร้องขอความเป็นธรรมต่อ พล.ต.ต.สุรวุฒิ แสงรุ่งเรือง ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.เอกราช อุ่นเจริญ รอง ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา และ พ.ต.อ.อาทิตย์ ซิ้มเจริญ ผกก.สภ.บางปะหัน

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 1 มี.ค.2569 นายธีระมิตร ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปะหัน ควบคุมตัว หลังเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ภายในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา โดยเข้าใจว่ามีอาการมึนเมา

แต่ภายหลังทราบว่าแท้จริงเกิดภาวะเส้นเลือดในสมองแตก พยายามส่งสัญญาณมือขอความช่วยเหลือเนื่องจากไม่สามารถพูดได้ ทำให้การนำส่งโรงพยาบาลล่าช้า ปัจจุบันอาการยังวิกฤต ไม่รู้สึกตัว และมีเนื้อสมองบางส่วนเสียหาย

น.ส.ชรินทร์รัตน์ อายุ 39 ปี ภรรยาของนายธีระมิตร เปิดเผยว่า เหตุเกิดช่วงเช้ามืดวันที่ 1 มี.ค. สามีซึ่งมีอาชีพขับรถรับจ้าง ขับรถออกจากบ้านใน จ.ปทุมธานี ตามปกติ แต่ระหว่างทางมีอาการแขนขาอ่อนแรงและพูดไม่ชัด จึงพยายามประคองรถเข้าปั๊มน้ำมันเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่รถเสียหลักพุ่งชนรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ภายในปั๊มได้รับความเสียหาย

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ แต่เข้าใจว่าผู้ขับขี่อยู่ในอาการมึนเมา จึงวิทยุเรียกกำลังเสริม ก่อนควบคุมตัวใส่กุญแจมือและนำขึ้นรถกระบะไปยังสถานีตำรวจ โดยไม่มีการประเมินอาการทางการแพทย์เบื้องต้น กระทั่งภายหลังทราบว่าเป็นภาวะเส้นเลือดในสมองแตก ต้องผ่าตัดฉุกเฉิน ขณะนี้ยังไม่รู้สึกตัว แพทย์ระบุว่ามีเนื้อสมองบางส่วนเสียหายและไม่สามารถฟื้นกลับมาได้ทั้งหมด ต้องเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด

ภรรยายืนยันว่า สามีไม่มีประวัติดื่มสุราหรือใช้สารเสพติด ก่อนออกจากบ้านยังพูดคุยเป็นปกติ จึงตั้งคำถามว่าเหตุใดตำรวจจึงไม่สามารถแยกอาการผู้ป่วยออกจากคนเมาได้ ทั้งที่มีภาพพยายามขอความช่วยเหลือและมีอาการปัสสาวะราด แต่กลับถูกควบคุมตัวไปยังโรงพัก ก่อนส่งต่อโรงพยาบาลบางปะหัน โดยไม่ได้ประสานรถพยาบาลหรือเจ้าหน้าที่มูลนิธิ พร้อมฝากเป็นอุทาหรณ์ว่าในสถานการณ์ฉุกเฉินควรให้ความสำคัญกับชีวิตเป็นอันดับแรก

ด้านนายเอกภพ กล่าวว่า ไม่ได้มีเจตนากล่าวโทษเจ้าหน้าที่ฝ่ายเดียว เนื่องจากเข้าใจว่าเป็นเหตุฉุกเฉินที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่จำเป็นต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า การตัดสินใจและขั้นตอนปฏิบัติถูกต้องหรือไม่ หรือมีความผิดพลาดในขั้นตอนการรักษาทางการแพทย์ พร้อมเห็นว่าควรมีการทบทวนขั้นตอนการปฏิบัติ เพราะเหตุลักษณะใกล้เคียงเคยเกิดขึ้นมาแล้ว และควรถอดบทเรียนอย่างจริงจัง

พ.ต.อ.อาทิตย์ ชี้แจงว่า เมื่อเวลา 03.40 น. วันที่ 1 มี.ค.2569 ได้รับแจ้งเหตุรถยนต์กระบะชนรถจักรยานยนต์ภายในปั๊มน้ำมัน คนขับมีอาการคล้ายคนเมา สายตรวจจราจรใช้เวลาประมาณ 8 นาทีถึงที่เกิดเหตุ

พนักงานปั๊มแจ้งว่าคนขับมีอาการมึนเมาและพยายามถอยรถเข้าออก จึงขอกำลังเสริม พร้อมดึงกุญแจรถออก ซักถามแล้วพูดคุยไม่รู้เรื่อง มีอาการเหม่อลอย จึงควบคุมตัวเพื่อป้องกันการหลบหนีหรือก่ออันตราย พร้อมตรวจค้นภายในรถและตัวเพื่อติดตามหาญาติ

จากนั้นควบคุมตัวไปถึง สภ.บางปะหัน เวลา 04.44 น. ประเมินอาการอีกครั้งเห็นว่ามีอาการเมามาก จึงนำส่งโรงพยาบาลบางปะหัน ถึงเวลา 05.00 น. แพทย์รับตัวไว้และเกรงว่าจะเกิดอาการคุ้มคลั่ง สายตรวจจึงอยู่เฝ้าจนถึงเวลา 08.00 น. ก่อนโรงพยาบาลส่งต่อไปยังโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา ในเวลาประมาณ 10.00 น.

ด้านพ.ต.อ.เอกราช ระบุว่า การใช้กุญแจมือเป็นไปตามระเบียบเพื่อป้องกันผู้ถูกควบคุมตัวกระโดดลงจากรถหรือทำร้ายตนเอง เมื่อถึง สภ.บางปะหัน และส่งต่อโรงพยาบาล ได้ปลดกุญแจมือออกทันที และเฝ้าดูแลจนถึงเวลา 08.00 น. ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามระเบียบและกฎหมาย

พล.ต.ต.สุรวุฒิ กล่าวว่า ได้สั่งการให้ตำรวจที่เกี่ยวข้องรายงานชี้แจงรายละเอียดทั้งหมด โดยวันนี้เป็นการรายงานเหตุการณ์เบื้องต้นให้ญาติรับทราบ ส่วนการชี้แจงอย่างเป็นทางการต้องรอรายงานส่งถึงตนก่อน สำหรับประเด็นความรู้เรื่องสัญลักษณ์มือ ตำรวจทุกนายได้รับการอบรมมาตั้งแต่โรงเรียนนายสิบตำรวจ แต่ไม่แน่ใจว่าในขณะเกิดเหตุเจ้าหน้าที่เห็นสัญญาณขอความช่วยเหลือหรือไม่

เนื่องจากช่วงที่มีการยกมือ สายตรวจยังไม่ถึงจุดเกิดเหตุ อย่างไรก็ตาม จะมีการทบทวนและเสริมทักษะให้สายตรวจเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ ส่วนจะมีความผิดพลาดในการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่นั้น ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงจากภาพวงจรปิดและภาพจากกล้องติดตัวเจ้าหน้าที่ (Body Cam) หากพบข้อบกพร่องจะตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยต่อไป

โดย ทีมข่าวอยุธยา

Recent Posts