ชาวบ้านแพรกรวมพลัง คัดค้านกำแพงกันเสียงบนสะพาน หวั่นกระทบทัศนียภาพ วิถีชุมชนริมน้ำ

ชาวบ้านแพรกรวมพลัง คัดค้านกำแพงกันเสียงบนสะพาน หวั่นกระทบทัศนียภาพ วิถีชุมชนริมน้ำ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านในพื้นที่หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านแพรก อำเภอบ้านแพรก กว่า 50 คน รวมตัวแสดงจุดยืนคัดค้านการก่อสร้างกำแพงกันเสียงบนสะพานข้ามแม่น้ำลพบุรี ซึ่งเป็นสะพานเชื่อมระหว่างวัดเขียนลายกับวัดโบสถ์ โดยโครงการดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของแขวงทางหลวงชนบทพระนครศรีอยุธยา เนื่องจากเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อทัศนียภาพ วิถีชีวิต และอัตลักษณ์ของชุมชนริมน้ำที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน

ชาวบ้านระบุว่า การก่อสร้างกำแพงกันเสียงในลักษณะดังกล่าวจะบดบังมุมมองของแม่น้ำและพื้นที่โดยรอบ ซึ่งเป็นศูนย์กลางของกิจกรรมสำคัญของชุมชน ทั้งประเพณีลอยกระทง สงกรานต์ รวมถึงการแข่งขันเรือยาวในช่วงฤดูน้ำหลาก อีกทั้งยังอาจกระทบต่อความปลอดภัยในการสัญจร เนื่องจากบดบังทัศนวิสัยบนสะพาน

นางศิริลักษณ์ อัจฉริยพงศ์ธร อายุ 53 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ เปิดเผยว่า ชุมชนบ้านแพรกมีวิถีชีวิตที่ผูกพันกับแม่น้ำมาแต่เดิม บรรยากาศโดยรวมมีความสงบ ไม่ได้มีปัญหาเสียงรบกวนรุนแรง โดยช่วงเย็นชาวบ้านต่างใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย การก่อสร้างกำแพงกันเสียงจึงไม่สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ อีกทั้งยังบดบังความสวยงามของธรรมชาติ ซึ่งเป็นจุดรวมใจของคนในชุมชน
“พวกเรามาทราบเรื่องเมื่อมีการขึ้นเสาแล้ว จึงอยากขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับฟังเสียงของคนในพื้นที่ก่อน อยากให้สอบถามความเห็นประชาชนให้รอบด้าน เพราะเราเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง” นางศิริลักษณ์กล่าว

ด้านนาย นุกูล เทียนดี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 4 ระบุว่า ชาวบ้านเพิ่งได้รับทราบรายละเอียดโครงการเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลังจากหน่วยงานเข้ามาชี้แจง โดยยืนยันว่าแม้จะมีการอธิบายโครงการแล้ว แต่ชาวบ้านส่วนใหญ่ยังไม่เห็นด้วย เนื่องจากกังวลว่าจะกระทบต่อภาพลักษณ์และกิจกรรมของชุมชน

ที่ผ่านมา ชาวบ้านได้ยื่นหนังสือผ่านอำเภอเพื่อแสดงความไม่เห็นด้วย และมีการประชุมชี้แจงแล้ว 2 ครั้ง แต่ยังคงยืนยันจุดยืนเดิม พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานทบทวนโครงการ โดยคำนึงถึงบริบทของพื้นที่ซึ่งเป็นชุมชนขนาดเล็ก

ขณะที่นายสมจิตร แย้มเยือน นายกเทศมนตรีตำบลบ้านแพรก กล่าวว่า ภายหลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน ทางเทศบาลได้ประสานไปยังแขวงทางหลวงชนบทพระนครศรีอยุธยาให้เข้ามาชี้แจงต่อชาวบ้าน ผู้นำชุมชน และนายอำเภอแล้ว


อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านยังคงไม่เห็นด้วยกับการก่อสร้างกำแพงกันเสียง โดยเสนอว่าหากเป็นการพัฒนาเพื่อความปลอดภัย ควรปรับปรุงในรูปแบบอื่น เช่น การติดตั้งไฟส่องสว่าง แผ่นกันลื่น หรือไฟประดับ ซึ่งจะไม่กระทบทัศนียภาพของพื้นที่

“บริเวณนี้ถือเป็นจุดสำคัญหรือแลนด์มาร์คของอำเภอบ้านแพรก เป็นสถานที่จัดงานประเพณีต่างๆ ของชุมชน จึงอยากให้หน่วยงานรับฟังเสียงประชาชน และหาทางออกร่วมกัน” นายสมจิตรกล่าว

ด้านนายอนุสรณ์ ปิ่นสุวรรณ ผู้อำนวยการกลุ่มงานวิชาการ แขวงทางหลวงชนบทพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า หลังได้รับข้อร้องเรียนจากประชาชน ขณะนี้ได้มีการประชุมหารือไปแล้ว 2 ครั้ง และเตรียมรายงานข้อคิดเห็นของชาวบ้านต่อผู้บังคับบัญชา เพื่อพิจารณาหาแนวทางแก้ไขร่วมกัน

ทั้งนี้ ในส่วนของการดำเนินโครงการ จะต้องมีการหารือร่วมกับผู้รับจ้าง รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง เพื่อสรุปแนวทางที่เหมาะสม โดยยืนยันว่าจะนำเสียงสะท้อนจากประชาชนในพื้นที่ไปประกอบการตัดสินใจ เพื่อให้ได้ข้อยุติที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ต่อไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้

error: เนื้อหา และภาพข่าวมีลิขสิทธิ์ห้ามนำไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาติ