เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระอินทร์ราชา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดปฏิบัติการทลายขบวนการลักรถจักรยานยนต์รายใหญ่ หลังสืบสวนพบเครือข่ายก่อเหตุในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ และมีพฤติกรรมลักรถเพื่อนำไปจำหน่ายยังประเทศเพื่อนบ้าน อีกทั้งยังพบมีเยาวชนร่วมขบวนการ
เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569 พ.ต.อ.ชนันท์ เปรมปลื้มจิตต์ ผู้กำกับการ สภ.พระอินทร์ราชา เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 29 มีนาคม เวลา 06.00 น. พนักงานสอบสวนได้รับแจ้งเหตุลักรถจักรยานยนต์ 2 คัน บริเวณลานจอดรถหน้าหอพัก ภายในตลาดประตูน้ำพระอินทร์ ตำบลเชียงรากน้อย อำเภอบางปะอิน โดยเป็นรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ 110 ไอ
ชุดสืบสวนจึงเร่งติดตาม ตรวจสอบพยานหลักฐาน และภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่าคนร้าย 4 คน ใช้รถยนต์ 2 คันเป็นพาหนะ แบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน ลงมือก่อเหตุช่วงเวลา 04.11 น. ก่อนหลบหนีไปตามถนนพหลโยธิน เชื่อมต่อทางหลวงหมายเลข 9 มุ่งหน้าพื้นที่บางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี
ต่อมาในช่วงเย็นวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหารายแรก คือ นายจิรพัส หรือ “ตี๋” อายุ 26 ปี พร้อมของกลางเป็นเสื้อผ้าและโทรศัพท์มือถือ ซึ่งภายในพบข้อมูลการติดต่อกับผู้ร่วมขบวนการ รวมถึงหลักฐานการโอนเงินจากการจำหน่ายรถจักรยานยนต์
จากการขยายผล ผู้ต้องหาให้ความร่วมมือล่อซื้อ จนนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มอีก 2 ราย คือ นายอธิพันธ์ หรือ “เบนซ์” อายุ 26 ปี และเยาวชนชายอายุ 16 ปี พร้อมรถยนต์กระบะที่ใช้ก่อเหตุ ในพื้นที่อำเภอวังน้อย
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังตรวจยึดรถจักรยานยนต์ของกลางได้รวม 4 คัน ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าทำหน้าที่รับเก็บรถเพื่อรอส่งต่อให้กลุ่มนายทุน ได้ค่าจ้างคันละประมาณ 3,000 บาท
ต่อมาเมื่อวันที่ 31 มีนาคม เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มอีก 1 ราย คือ นายสุทัศน์ หรือ “หล่อง” อายุ 26 ปี ได้ในพื้นที่อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี ขณะกำลังรื้อชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ โดยรับสารภาพว่าเป็นหนึ่งในขบวนการ และเคยก่อเหตุมาแล้วหลายพื้นที่
จากการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหา พบว่ามีการตั้งเป้าก่อเหตุลักรถจักรยานยนต์เพิ่มในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อหาเงินใช้จ่าย
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะ” พร้อมระบุว่า ขบวนการดังกล่าวมีเครือข่ายขนาดใหญ่ ก่อเหตุในหลายจังหวัด เช่น พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี และชลบุรี รวมจำนวนรถที่ก่อเหตุคาดว่าเกือบ 100 คัน โดยจะนำรถไปซุกซ่อนก่อนลำเลียงส่งออกผ่านพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ในราคาคันละ 17,000–30,000 บาท
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ฝากเตือนประชาชน โดยเฉพาะผู้ใช้รถจักรยานยนต์ ให้เพิ่มความระมัดระวังในการจอดรถ เนื่องจากช่วงเทศกาลสงกรานต์มักเป็นช่วงที่มิจฉาชีพก่อเหตุเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งขยายผลเพื่อติดตามเครือข่ายที่ยังหลบหนีมาดำเนินคดีต่อไป
2 เมษายน…
มรภ.อยุธยา มอบร…
มหาวิทยาลัยเทคโ…