ที่ห้องประชุมองค์การบริหารส่วน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายสุรศักดิ์ พันธุ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายสุเทพ กุมุท ขนส่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปลัดอบจ.พระนครศรีอยุธยา สภาองค์กรของผู้บริโภค และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมหารือแนวทาง พัฒนาระบบขนส่งสาธารณะภายในจังหวัด เพื่อเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ และยกระดับคุณภาพการให้บริการแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว การหามาตรการให้ความช่วยเหลือวิกฤตพลังงาน
ที่ประชุมได้พิจารณาแนวทางบริหารจัดการเส้นทางเดินรถ การกำหนดอัตราค่าโดยสารที่เหมาะสม การส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการและประชาชนผู้ใช้บริการ เพื่อให้ระบบขนส่งมีความสะดวก ปลอดภัย และตอบโจทย์การท่องเที่ยวของจังหวัดมากยิ่งขึ้น
ภายหลังการประชุม นายสุรศักดิ์ เปิดเผยว่า ทุกภาคส่วนได้ร่วมกันหาแนวทางช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันและค่าครองชีพที่สูงขึ้น โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เตรียมเสนอที่ประชุมสภา อบจ. เพื่อพิจารณางดหรือลดการจัดเก็บภาษีน้ำมันในอัตราลิตรละ 4.54 สตางค์ เป็นระยะเวลา 6 เดือน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน แม้จะเป็นการช่วยเหลือในระดับหนึ่ง แต่ถือเป็นความตั้งใจของท้องถิ่นในการบรรเทาความเดือดร้อน
นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนภายในจังหวัด โดยยอมรับว่าปัจจุบันหลายเส้นทางมีผู้ใช้บริการลดลง เนื่องจากคุณภาพการให้บริการยังไม่เพียงพอ ทั้งในด้านความปลอดภัย ความตรงต่อเวลา และความสะดวกสบาย ซึ่งส่งผลต่อภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของจังหวัด
ทั้งนี้ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาในฐานะแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ จำเป็นต้องมีระบบขนส่งที่มีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว และกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ หากสามารถพัฒนาการบริการให้ดีขึ้น จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจและเป็นทางเลือกในการเดินทางของนักท่องเที่ยวมากขึ้น
ทางด้านสำนักงานขนส่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้นำเสนอข้อมูลเส้นทางรถโดยสารทั้งภายในจังหวัด ระหว่างอำเภอ และเส้นทางที่เชื่อมโยงเกาะเมืองกับแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ รวมถึงปัญหาปัจจุบันที่รถโดยสารจากต่างจังหวัดจอดเพียงริมถนนสายเอเชีย โดยยังขาดสถานีขนส่งรองรับ ทำให้การเดินทางต่อไปยังพื้นที่สำคัญไม่มีความต่อเนื่อง
ด้านองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงเตรียมจัดสรรงบประมาณเพื่อปรับปรุงระบบขนส่งมวลชน โดยมีแผนจัดหาพื้นที่ก่อสร้างสถานีขนส่งผู้โดยสารแห่งใหม่ ที่สามารถเชื่อมโยงการเดินทางได้อย่างสะดวกและครอบคลุม
ในระยะเร่งด่วน ขนส่งจังหวัดเตรียมเปิดสัมปทานเส้นทางเดินรถสายใหม่ สายที่ 3 “สถานีรถไฟอยุธยา – วัดไชยวัฒนาราม” ซึ่งจะเชื่อมต่อแหล่งท่องเที่ยว สถานศึกษา และชุมชนสำคัญ รวมถึงรองรับโครงการรถไฟความเร็วสูงในอนาคต โดยจะใช้รถโดยสารพลังงานไฟฟ้า (EV) ที่ออกแบบให้รองรับผู้สูงอายุและผู้พิการ พร้อมระบบแอปพลิเคชันติดตามการเดินรถ การจองตั๋ว และการชำระเงิน
สำหรับการดำเนินโครงการดังกล่าว จะเปิดให้ทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมยื่นประมูล เพื่อสร้างการแข่งขันและให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม
อย่างไรก็ตาม เส้นทางรถโดยสารเดิมที่มีผู้รับสัมปทานอยู่แล้ว จะต้องปรับปรุงคุณภาพการให้บริการให้เป็นไปตามมาตรฐานของกรมการขนส่งทางบก หากผู้ประกอบการรายใดไม่สามารถดำเนินการได้ อบจ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมเข้าร่วมประมูลเพื่อดำเนินการแทน ภายใต้กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ระบบขนส่งของจังหวัดมีประสิทธิภาพและตอบสนองความต้องการของประชาชน
เมื่อเวลา 10.00…