ดีป้า เปิดกิจกรรม Cloud Transformation Local Connect: เชื่อมเมือง เชื่อมข้อมูล เชื่อมอนาคต ดึงเทคโนโลยีคลาวด์ยกเครื่องบริการภาครัฐท้องถิ่น

ดีป้า เปิดกิจกรรม Cloud Transformation Local Connect: เชื่อมเมือง เชื่อมข้อมูล เชื่อมอนาคต ดึงเทคโนโลยีคลาวด์ยกเครื่องบริการภาครัฐท้องถิ่น
เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 ที่ห้องประชุมเปรมปรีดา โรงแรมเซ็นทารา อยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) จัดกิจกรรม “Cloud Transformation Local Connect : เชื่อมเมือง เชื่อมข้อมูล เชื่อมอนาคต” ครั้งที่ 1 สำหรับพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก ภายใต้โครงการ Cloud Transformation เพื่อส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) นำเทคโนโลยีคลาวด์มาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการและยกระดับการให้บริการประชาชน ตั้งเป้าผลักดันหน่วยงานท้องถิ่นไม่น้อยกว่า 400 แห่งก้าวสู่รัฐบาลดิจิทัล พร้อมยกระดับคุณภาพบริการให้ประชาชนกว่า 4 ล้านคน สร้างบุคลากรภาครัฐที่มีทักษะด้านคลาวด์กว่า 4,000 คน และสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจกว่า 133 ล้านบาท

โดยมี นายวรวิทย์ ยอแสง รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานเปิดงาน โดยมี ดร.ศุภกร สิทธิไชย รักษาการแทนผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า ดร.อรฉัตร เลียงพิบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ ผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
นายวรวิทย์ กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “พระนครศรีอยุธยา เมืองประวัติศาสตร์อัจฉริยะ” ว่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยามีวิสัยทัศน์ในการพัฒนาเมืองสู่ “อยุธยานครประวัติศาสตร์ เมืองแห่งมรดกโลก น่าเที่ยว น่าอยู่ ก้าวสู่เมืองอัจฉริยะ” โดยมองว่า “ข้อมูล” คือทรัพยากรสำคัญและเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของการพัฒนาเมือง ขณะที่เทคโนโลยีคลาวด์เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงข้อมูล การให้บริการภาครัฐ และการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

ด้าน ดร.ศุภกร สิทธิไชย กล่าวปาฐกถาหัวข้อ “Transfer Local to Global with Cloud Transformation” ว่า การขับเคลื่อนองค์กรด้วยเทคโนโลยีคลาวด์ควรเริ่มจากการทำความเข้าใจนโยบาย Cloud First Policy ซึ่งกำหนดให้หน่วยงานภาครัฐพิจารณาใช้ระบบคลาวด์เป็นทางเลือกแรก แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกระบบหรือทุกข้อมูลจะต้องย้ายขึ้นคลาวด์ทั้งหมด โดยควรเริ่มจากโครงการขนาดเล็กที่สามารถแก้ปัญหาและสร้างประโยชน์ให้ประชาชนได้จริง พร้อมประเมินความพร้อมขององค์กรและปรับกระบวนการทำงานควบคู่กันไป

รักษาการแทนผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าวว่า การบริหารจัดการข้อมูลเป็นรากฐานสำคัญของการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพ หน่วยงานต้องกำกับดูแล ตรวจสอบ และคัดกรองข้อมูลก่อนนำไปใช้งาน โดยข้อมูลที่สามารถเปิดเผยได้ เช่น ข้อมูลบริการประชาชนหรือการนัดหมาย ควรเป็นกลุ่มแรกที่นำขึ้นระบบคลาวด์ ส่วนข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลที่มีความอ่อนไหวต้องให้ความสำคัญกับมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

นอกจากนี้ ยังแนะนำให้หน่วยงานเลือกใช้ระบบหรือบริการที่มีอยู่แล้วเพื่อลดความซ้ำซ้อนของงบประมาณ พร้อมวางแผนการจัดซื้อให้สอดคล้องกับรูปแบบการให้บริการคลาวด์ที่คิดค่าใช้จ่ายตามการใช้งานจริง รวมทั้งเลือกผู้ให้บริการที่สามารถโอนย้ายข้อมูลกลับได้ เพื่อไม่ให้หน่วยงานผูกติดกับผู้ให้บริการรายใดรายหนึ่ง

ดร.ศุภกร กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่สุดของการเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลดิจิทัลคือ “บุคลากร” ไม่ใช่เฉพาะเจ้าหน้าที่ด้านไอที แต่รวมถึงผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ทุกระดับที่ต้องเรียนรู้และเข้าใจการใช้เทคโนโลยี โดยเป้าหมายสูงสุดของการนำคลาวด์มาใช้ คือการยกระดับการให้บริการประชาชน ทำให้การทำงานของภาครัฐมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ดียิ่งขึ้น

ขณะที่ ดร.อรฉัตร เลียงพิบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ที่ได้รับการรับรองเป็นเมืองอัจฉริยะแล้ว 37 เมือง ใน 25 จังหวัด แต่หน่วยงานท้องถิ่นจำนวนมากยังมีข้อจำกัดด้านงบประมาณและศักยภาพในการพัฒนาระบบดิจิทัล จึงเป็นที่มาของโครงการ Cloud Transformation ซึ่งตั้งเป้าระยะแรกให้หน่วยงานท้องถิ่น 400 แห่งสามารถใช้ซอฟต์แวร์บนระบบคลาวด์เพื่อพัฒนาการบริการประชาชนและการบริหารจัดการภายในองค์กร พร้อมสร้างประโยชน์แก่ประชาชนกว่า 4 ล้านคน พัฒนาบุคลากรภาครัฐกว่า 4,000 คน และสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจกว่า 133 ล้านบาท
สำหรับบริการที่เข้าร่วมโครงการ ดีป้าคัดเลือกผลิตภัณฑ์และบริการดิจิทัลที่ได้รับตรารับรอง dSURE และขึ้นทะเบียนในบัญชีบริการดิจิทัลแล้ว จำนวน 100 ผลิตภัณฑ์ ครอบคลุม 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ ระบบบริการประชาชน เช่น ระบบรับเรื่องร้องเรียนและระบบดูแลผู้สูงอายุ ระบบบริหารจัดการภายในองค์กร เช่น ระบบจัดการครุภัณฑ์และระบบวิเคราะห์ข้อมูลจากกล้องวงจรปิด และระบบที่สนับสนุนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะทั้ง 7 ด้าน โดยสนับสนุนสิทธิ์การใช้งานผลิตภัณฑ์หรือบริการดิจิทัลวงเงินสูงสุด 200,000 บาทต่อโครงการ เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 12 เดือน พร้อมทำหน้าที่จับคู่ความต้องการของหน่วยงานท้องถิ่นกับผู้ประกอบการดิจิทัลไทย เพื่อให้เกิดการนำเทคโนโลยีไปใช้ได้จริง
ภายในงานยังมีการบรรยายและเสวนาจากผู้ทรงคุณวุฒิ กิจกรรม Idea to Impact Lab : จากข้อเสนอสู่เวที Smart City Solutions Awards 2026 เพื่อเฟ้นหาแนวคิดและโซลูชันด้านเมืองอัจฉริยะ รวมถึงกิจกรรมจับคู่ธุรกิจระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับผู้ให้บริการดิจิทัล
ทั้งนี้ กิจกรรม Cloud Transformation Local Connect : เชื่อมเมือง เชื่อมข้อมูล เชื่อมอนาคต จะจัดต่อเนื่องรวม 4 ครั้ง ครอบคลุมทุกภูมิภาค ได้แก่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วันที่ 16 กรกฎาคม ภาคเหนือ วันที่ 23 กรกฎาคม และภาคใต้ วันที่ 3 สิงหาคม 2569 โดยผลงานที่โดดเด่นจะได้รับการคัดเลือกเป็นต้นแบบเพื่อเข้าประกวด Smart City Solutions Awards 2026 ในเดือนกันยายนนี้ ขณะเดียวกัน ดีป้ายังเปิดรับสมัครหน่วยงานภาครัฐท้องถิ่นเข้าร่วมโครงการ Cloud Transformation เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลและเมืองอัจฉริยะของประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม




