ข่าวประชาสัมพันธ์

เหลือทน! โจรตัดสายไฟ-งัดอาคารพาณิชย์ 2 รอบ กวาดทรัพย์กว่า 3 หมื่นบาท เจ้าของติดป้ายเตือน วอนตำรวจเร่งล่าตัว

เหลือทน! โจรตัดสายไฟ-งัดอาคารพาณิชย์ 2 รอบ กวาดทรัพย์กว่า 3 หมื่นบาท เจ้าของติดป้ายเตือน วอนตำรวจเร่งล่าตัว

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบอาคารพาณิชย์ริมถนนโรจนะ ขาเข้าตัวเมือง ก่อนถึงสี่แยกไฟแดงวัดพระญาติ ต.ไผ่ลิง อ.พระนครศรีอยุธยา หลังได้รับแจ้งว่ามีการติดตั้งป้ายไวนิลขนาดใหญ่บริเวณหน้าอาคาร พร้อมนำภาพจากกล้องวงจรปิดของผู้ต้องสงสัยมาติดประกอบ เพื่อเตือนภัยประชาชนและขอความร่วมมือช่วยแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ

ป้ายดังกล่าวระบุข้อความว่า “พื้นที่ควบคุมความปลอดภัย โปรดระวังบุคคลต้องสงสัยในภาพ ได้แจ้งความร้องทุกข์และส่งมอบภาพให้เจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว หากผู้ใดพบเห็นหรือมีเบาะแส โปรดแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ” สะท้อนความเดือดร้อนของเจ้าของอาคารที่ถูกคนร้ายก่อเหตุลักทรัพย์ถึง 2 ครั้ง ภายในเวลาเพียง 9 วัน จนต้องติดป้ายเตือนเพื่อป้องกันเหตุซ้ำและหวังให้ประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตา

นายวิทวัส สร้อยทอง อายุ 56 ปี เจ้าของอาคาร พาผู้สื่อข่าวตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พร้อมเปิดภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกพฤติกรรมของคนร้ายไว้ได้อย่างชัดเจน

จากภาพเหตุการณ์ครั้งแรก พบชายขี่รถจักรยานยนต์มากับหญิงและเด็ก รวม 3 คน ลักษณะคล้ายครอบครัว โดยรถเลี้ยวเข้ามาจอดด้านข้างอาคาร ก่อนที่ชายผู้ก่อเหตุจะลงจากรถ ขณะที่หญิงและเด็กนั่งรออยู่ จากนั้นหยิบรองเท้าเซฟตี้สำหรับปีนเสาไฟฟ้ามาสวม ก่อนปีนขึ้นเสาไฟไปยังชั้น 2 ของอาคาร ใช้อุปกรณ์ตัดสายเมนไฟฟ้าที่ต่อจากมิเตอร์เข้าสู่อาคาร แล้วม้วนสายไฟลงมาเก็บขึ้นรถจักรยานยนต์ ก่อนหลบหนี ใช้เวลาก่อเหตุเพียงประมาณ 5 นาที แสดงให้เห็นถึงความชำนาญและมีการเตรียมอุปกรณ์มาเป็นอย่างดี

ต่อมาเพียง 9 วัน คนร้ายก่อเหตุซ้ำอีกครั้ง โดยกล้องวงจรปิดบันทึกภาพชายต้องสงสัยเดินเข้ามาตามถนน ก่อนสำรวจพื้นที่หลายรอบ แล้วปีนเข้าด้านข้างอาคาร ใช้เวลาก่อเหตุนานกว่า 2 ชั่วโมง ภายในอาคารมีการตัดสายไฟหลายจุด งัดหน้าต่างเข้าไปลักสายไฟลิฟต์ส่งของ สายไฟภายในอาคาร รวมถึงถอดโคมไฟส่องสว่างบริเวณหน้าอาคาร ก่อนนำทรัพย์สินทั้งหมดใส่ถุงดำเดินหลบหนีออกไปทางบริเวณเจดีย์ โดยกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกใบหน้าและลักษณะผู้ต้องสงสัยไว้ได้อย่างชัดเจน

นายวิทวัส เปิดเผยว่า อาคารดังกล่าวเปิดให้เช่า โดยผู้เช่าเดิมเพิ่งย้ายออก และกำลังอยู่ระหว่างปรับปรุงเพื่อเตรียมปล่อยเช่าใหม่ จึงปิดอาคารไว้ชั่วคราว แต่กลับตกเป็นเป้าหมายของคนร้ายถึง 2 ครั้ง ภายในเวลาไม่ถึง 10 วัน
สำหรับเหตุครั้งแรกเกิดเมื่อเวลา 19.52 น. วันที่ 6 กรกฎาคม 2569 คนร้ายตัดสายเมนไฟฟ้าความยาวประมาณ 40 เมตร จำนวน 8 เส้น ส่วนครั้งที่สองเกิดเมื่อเวลา 02.33 น. วันที่ 14 กรกฎาคม 2569 คนร้ายงัดอาคารเข้าไปลักสายไฟลิฟต์ส่งของ สายไฟภายในอาคาร และโคมไฟส่องสว่าง ส่งผลให้มูลค่าความเสียหายรวมทั้ง 2 ครั้ง มากกว่า 30,000 บาท

เจ้าของอาคารยืนยันว่า การติดป้ายดังกล่าวไม่ได้มีเจตนาประจานบุคคลใด แต่ต้องการเตือนภัยประชาชนและป้องกันไม่ให้ผู้ก่อเหตุกลับมาก่อเหตุซ้ำ พร้อมขอความร่วมมือจากผู้ที่พบเห็นบุคคลในภาพช่วยแจ้งข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อใช้เป็นเบาะแสในการติดตามจับกุม

นายวิทวัส ยังตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ก่อเหตุรายแรกน่าจะเป็นคนที่มีความชำนาญ เนื่องจากเตรียมอุปกรณ์ปีนเสาไฟมาโดยเฉพาะ และกล้าก่อเหตุทั้งที่เป็นถนนสายหลัก มีแสงสว่างและกล้องวงจรปิดหลายจุด ทั้งที่สายไฟที่ลักไปอาจมีมูลค่าไม่มาก แต่สร้างความเสียหายแก่เจ้าของทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก

เบื้องต้น ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีทั้ง 2 เหตุการณ์ พร้อมมอบภาพจากกล้องวงจรปิดทั้งหมดให้พนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐาน และเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย เพื่อป้องกันไม่ให้ไปก่อเหตุสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนรายอื่นอีกต่อไป

โดย ทีมข่าวอยุธยา

Recent Posts