เทศบาลนครอยุธยาปล่อยขบวนฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อป้องกันไวรัสโควิด-19 รอบเกาะเมือง



ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 4 เม.ย. นายภานุ แย้มศรี ผวจ.พระนครศรีอยุธยา ว่าที่ร้อยตรีสมทรง สรรพโกศลกุล นายกเทศมนตรีเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา พร้อมคณะผู้บริหารเทศบาล ปล่อย ขบวน เจ้าหน้าที่กองสาธารณสุข เจ้าหน้าที่เทศกิจ นำรถฉีดพ่นละอองแรงดันสูง พ่นฆ่าเชื้อไวรัสโควิด-19 รอบเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา โดยมีพระครูอนุกูลศาสนกิจ เจ้าคณะอำเภอพระนครศรีอยุธยาและ เจ้าอาวาสวัดศาลาปูนวรวิหาร มาประพรมน้ำมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลกับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้วย



นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า การฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ สามารถควบคุมเชื้อได้ ในระยะเวลาประมาณ15-20 วัน หลังจากนี้ ประชาชนต้องช่วยกันรักษาความสะอาด หมั่นทำความสะอาดภายในบ้าน ออกมาจากบ้านไปทำงานหรือไปทำธุระอะไร ต้องสวมใส่หน้ากาอนามัยหรือหน้ากากผ้า ล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์บ่อยๆ เมื่อกลับถึงบ้านต้องแยกเสื้อผ้า และซักทำความสะอาด ประเทศไทย และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นช่วงของวิกฤต ที่เราต้องผ่านไปให้ได้ ต้องอาศัยความร่วมมือกัน ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ต้องงดการละเล่นสงกรานต์ไว้ก่อน ประเพณีการรดน้ำดำหัวคนเฒ่าคนแก่ พ่อแม่ ปีนี้มาเปลี่ยนวิธีการด้วยการใช้ สเปรย์ หรือละอองน้ำแทน เพราะคนเฒ่าคนแก่ พ่อแม่ซึ่งมีอายุมากมีความเสี่ยงสูง ที่จะติดเชื้อได้ง่าย การกลับบ้านภูมิลำเนา ควรที่จะงดก่อนใช้วิธีการวีดีโอคอลหรือโทรไปพูดคุยก่อน การสวมกอดการแสดงความรักความห่วงใย ก็ห่างๆก่อน อธิบายให้ท่านได้เข้าใจ เป็นการควบคุมป้องกันเชื้อไวรัส ด้วยเพราบางครั้งเราอาจไปสัมผัสมา



ว่าที่ร้อยตรีสมทรง สรรพโกศลกุล นายกเทศมนตรีเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า การดำเนินการครั้งนี้เพื่อเป็นสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ใช้รถฉีดพ่นละอองแรงดันสูง จำนวน 6 คัน พร้อมดัดแปลงรถดับเพลิง มาเป็นรถฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ

ทางเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา เริ่มแจกจ่ายแอลกอฮอล์และหน้ากากอนามัยตามชุมชนต่าง ๆ ในเขตเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา และขอบคุณพระครูอนุกูลศาสนกิจ เจ้าคณะอำเภอพระนครศรีอยุธยา เจ้าอาวาสวัดศาลาปูนวรวิหาร ที่สละพื้นที่ของวัดให้ทางเทศบาลจัดทำเป็นศูนย์ป้องกันโควิดและสถานที่ผลิตหน้ากากอนามัยด้วย






คุณอาจสนใจข่าวนี้

error: เนื้อหา และภาพข่าวมีลิขสิทธิ์ห้ามนำไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาติ