จับหนุ่มโรงงาน กระชากสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท กลางตลาด

ภาพจากกล้อวงจรปิด ภายในตลาดวิเศษชัยชาญ อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง บันทึกภาพ เหตุการณ์ คนร้ายคนร้ายเป็นชาย สวมเสื้อแขนยาวสีน้ำเงินเข้ม หมวกกันน็อคสีดำเต็มใบ สวมกางเกงขาสั้น ขับขี่รถจักรยานยนต์ แบบหญิงสีน้ำเงิน ตรงเข้าไปกระชากสร้อย คอทองคำหนัก1 บาท ของ ของน.ส.สุวารีย์ คำควร อายุ 35ปี ขณะนั่ง บนรถจักรยานยนต์ ที่จอดอยู่ ท่ามกลางความตกใจของพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาซื้อของภายในตลาด คนร้ายก่อเหตุแบบไม่เกรงกลัว ทั้งที่มีคนพลุกพล่าน จากนั้นคนร้ายได้ขับหลบหนีไป เหตุเกิดเมื่อวันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา



ภายหลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.ภัทรภัทร นุชยวง ผกก.สภ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ได้ เร่งรัดติดตามคนร้าย เพราะก่อเหตุอุฉกรรจ์กลางชุมชน ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทาง คนร้ายมีความชำนาญเส้นทางพยายามหลบหลีกกล้อง แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตาม จนไปพบว่ารถจักรยานยนต์ของคนร้าย หลบเข้ามาในเขตติดต่อกับ จ.พระนครศรีอยุธยา



ต่อมาเมื่อวันที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจแกะรอยของคนร้ายจากกล้องวงจรปิดทุกซอกทุกมุม จนทราบหมายเลขทะเบียน ของรถจักรยานยนต์ของ ผู้ก่อเหตุ คือหมายเลขทะเบียน ขรจ 410 สุพรรณบุรี ติดตามไปที่บ้านพักใน จ.อ่างทอง พบเพียงรถจักรยานยนต์ ซึ่งมีการเปลี่ยนท่อ ไอเสีย และสับเปลี่ยน ตำแหน่งที่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ไม่ตรงกับภาพในกล้องวงจรปิด เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่ให้จดจำ ลักษณะของจักรยานยนต์ได้ เพราะคิดว่าตำรวจไม่เห็นแผ่นป้ายทะเบียน

จึงได้นำภาพจากกล้องวงจรปิดให้ทางญาติยืนยันว่า ชายที่ขับขี่รถจักรยานยนต์คือนาย จักรกฤษณ หอมลออ ทำงานเป็นพนักงานโรงงานอุตสาหกรรมแห่งหนึ่ง ใน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ในช่วงวันเกิดเหตุนายอาคม ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านไปช่วงเช้าและกลับเข้ามาในช่วงบ่าย แล้วเปลี่ยนท่อไอเสีย และเปลี่ยนจุดที่ติดแผ่นป้ายพ.ร.บ. จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงติดตามไปจับกุมตัว นาย จักรกฤษณ หอมลออ ได้ที่โรงงาน ขณะกำลังทำงานอยู่



นาย จักรกฤษณ ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ก่อเหตุจริง และได้พาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมไปที่ห้องพักเพื่อเอาเสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันก่อเหตุ ส่วนสร้อยคอทองคำของกลาง นาย จักรกฤษณ์ ได้ขายไปแล้ว โดนนำไปขายที่ ร้านทอง แห่งหนึ่ง ใน ต.คานหาม อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา สาเหตุที่ก่อเหตุ เพราะเงินไม่พอใช้




คุณอาจสนใจข่าวนี้

error: เนื้อหา และภาพข่าวมีลิขสิทธิ์ห้ามนำไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาติ