ตำรวจทางหลวงสกัดจับเก๋งกลางสายเอเชีย ขนแรงงานต่างด้าวอัดแน่น 9 ชีวิต

เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2569 พ.ต.ท.ศุภกร ตังคะประเสริฐ สวญ.ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล. เปิดเผยว่า ขณะเจ้าหน้าที่สายตรวจรถยนต์ ตำรวจทางหลวงอยุธยา ออกตรวจป้องกันเหตุอาชญากรรมและดูแลสภาพการจราจร บนถนนทางหลวงหมายเลข 32 (สายเอเชีย) ขาเข้ากรุงเทพมหานคร ช่ววตำรวจทางหลวงอยุธยางผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
พบรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อโตโยต้า สีดำ ทะเบียนกรุงเทพมหานคร มีลักษณะบรรทุกน้ำหนักผิดปกติและติดฟิล์มทึบ อีกทั้งเร่งความเร็วเมื่อเห็นรถสายตรวจ เจ้าหน้าที่จึงขับติดตามและส่งสัญญาณเรียกให้หยุดตรวจ กระทั่งสามารถสกัดรถได้บริเวณกิโลเมตรที่ 24-25 ตำบลบ้านเกาะ อำเภอพระนครศรีอยุธยา
จากการตรวจสอบพบ นายติน ติน อ่อง อายุ 33 ปี สัญชาติเมียนมา เป็นผู้ขับขี่ ภายในรถพบแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ทั้งชาย หญิง และเด็ก รวม 9 คน นั่งเบียดเสียดกันมาในสภาพแออัด โดยทั้งหมดไม่สามารถแสดงหนังสือเดินทางหรือเอกสารประจำตัวใด ๆ ได้

เจ้าหน้าที่จึงประสานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเข้าร่วมตรวจสอบ ก่อนควบคุมตัวทั้งหมดมาสอบสวน โดยผู้ขับขี่ให้การรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจากเพื่อนชาวเมียนมา ให้ไปรับแรงงานจากพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรีและนครสวรรค์ เพื่อนำไปส่งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ได้ค่าจ้างคนละ 2,000 บาท และเคยทำมาแล้วหลายครั้ง
ขณะที่แรงงานต่างด้าวให้การผ่านล่ามว่า ลักลอบเดินทางเข้าประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติบริเวณอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก โดยเสียค่านายหน้าประมาณ 8,000 บาท เพื่อเข้ามาหางานทำ
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา นายติน ติน อ่อง ฐานช่วยเหลือหรือซ่อนเร้นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง ส่วนแรงงานต่างด้าวทั้งหมดถูกดำเนินคดีในข้อหาเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต

พร้อมกันนี้ ได้ตรวจยึดของกลางเป็นรถยนต์ 1 คัน โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และกุญแจรถยนต์ ก่อนนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
พ.ต.ท.ศุภกร กล่าวว่า ปัจจุบันยังคงมีแรงงานต่างด้าวพยายามลักลอบเข้าประเทศในหลายรูปแบบ โดยตำรวจทางหลวงได้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบและบูรณาการทำงานร่วมกับตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เพื่อสกัดกั้นขบวนการลักลอบขนแรงงานผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง
