ราชมงคลสุวรรณภูมิ เปิดหน่วยบ่มเพาะ “โดรนเกษตร” ปั้นกำลังคนยุคใหม่ ลดต้นทุน–เพิ่มผลผลิตภาคเกษตร

ราชมงคลสุวรรณภูมิ เปิดหน่วยบ่มเพาะ “โดรนเกษตร” ปั้นกำลังคนยุคใหม่ ลดต้นทุน–เพิ่มผลผลิตภาคเกษตร

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ เดินหน้ายกระดับภาคการเกษตร เปิดตัว “หน่วยบ่มเพาะเทคโนโลยีและซ่อมบำรุงโดรนเกษตร” มุ่งสร้างกำลังคนรองรับเกษตรอัจฉริยะ ช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน

เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 อาจารย์สุภัทรา วิลามาศ ผู้ช่วยอธิการบดี เป็นประธานเปิดหน่วยบ่มเพาะเทคโนโลยีและซ่อมบำรุงโดรนเกษตร (AgriDrone Tech Incubation & Maintenance Unit) ภายใต้ศูนย์ความเป็นเลิศด้านเกษตรและอาหารปลอดภัย คณะเทคโนโลยีการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร โดยมีเป้าหมายให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ ถ่ายทอดองค์ความรู้ และพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่ให้กับนักศึกษา เกษตรกร และผู้สนใจ

หน่วยบ่มเพาะดังกล่าวจะให้การฝึกอบรมแบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่การควบคุมโดรน การวางแผนการบิน การปฏิบัติงานภาคสนาม การอารักขาพืช ไปจนถึงการตรวจสอบและซ่อมบำรุงอุปกรณ์ เพื่อให้สามารถนำไปใช้งานจริงและต่อยอดเป็นอาชีพได้

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิจิตรา เหลียวตระกูล คณบดีคณะเทคโนโลยีการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร กล่าวว่า โครงการดังกล่าวมุ่งผลิตบุคลากรที่มีทักษะพร้อมใช้งาน รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ภาคเกษตรยุคใหม่ และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรอย่างยั่งยืน

ขณะที่ อาจารย์เฉลิมขวัญ อริยะวงศ์ ผู้ช่วยคณบดีและหัวหน้าหน่วยบ่มเพาะฯ ระบุว่า หน่วยงานนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยสู่ภาคเกษตรกรรมจริง โดยจะพัฒนาหลักสูตรอบรมที่สอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่ พร้อมสร้างนักบินโดรนเกษตรและช่างซ่อมบำรุงที่มีมาตรฐาน รวมถึงผลักดันความร่วมมือกับเกษตรกร ชุมชน และภาคเอกชน

ทั้งนี้ การใช้โดรนเกษตรคาดว่าจะช่วยลดต้นทุนการผลิตได้ประมาณ 10–30% และลดระยะเวลาการทำงาน เช่น การพ่นสารหรือหว่านปุ๋ย ได้ถึง 60–70% อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงจากการสัมผัสสารเคมี และบรรเทาปัญหาการขาดแคลนแรงงานในภาคเกษตร

นอกจากนี้ โครงการยังเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะนักศึกษา ได้ฝึกปฏิบัติงานจริง และต่อยอดสู่อาชีพใหม่ อาทิ นักบินโดรนเกษตร ช่างซ่อมบำรุงโดรน และผู้ให้บริการด้านการเกษตรสมัยใหม่

ในระยะแรก มหาวิทยาลัยตั้งเป้าอบรมบุคลากรไม่น้อยกว่า 30 คน ก่อนขยายผลสู่เกษตรกรในพื้นที่ภาคกลาง ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง และสิงห์บุรี ซึ่งเป็นแหล่งผลิตทางการเกษตรที่สำคัญของประเทศ

ภายในงานยังมีการจัดเวทีเสวนา “เชื่อมโยงเทคโนโลยี สู่หัวใจชุมชน” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วารุณี ศรีสงคราม ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา เพื่อสะท้อนบทบาทของเทคโนโลยีโดรนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมฐานราก

การเปิดหน่วยบ่มเพาะครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาเกษตรไทยสู่ยุคดิจิทัล สร้างโอกาสใหม่ให้เกษตรกรและคนรุ่นใหม่ ควบคู่กับการพัฒนาภาคการเกษตรอย่างยั่งยืนในอนาคต.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

error: เนื้อหา และภาพข่าวมีลิขสิทธิ์ห้ามนำไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาติ