เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 โลกออนไลน์ต่างพากันแชร์คลิปจากกล้องวงจรปิด เหตุรถกระบะคันหนึ่งเฉี่ยวโดนขาของช้างขณะเดินกลับบ้านในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จนมีประชาชนและชาวโซเชียลจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นและส่งกำลังใจให้กับน้องช้าง หลังเกรงว่าจะได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว
คลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊ก “Kittiya Pongsuk” พร้อมข้อความระบุว่า “สงสารน้องจัง ไม่รู้ว่าเจ็บมากไหม #ใจร้อนใจร้าย #ช้างโดนรถเฉี่ยวขา” ก่อนจะมีผู้เข้ามาแชร์ต่อและแสดงความห่วงใยอย่างต่อเนื่อง
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุบริเวณชุมชนหมู่ 6 ต.หัวรอ อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา พบ นางสาว กิตติยา พงษ์สุข อายุ 47 ปี เจ้าของโพสต์และเจ้าของร้านขายของชำใกล้จุดเกิดเหตุ เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่น้องช้างจะเดินกลับบ้านเป็นประจำทุกวัน
นางกิตติยา พงษ์สุข เปิดเผยพร้อมเปิดคลิปจากกล้องวงจรปิดให้ผู้สื่อข่าวดูว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา เวลาประมาณ 17.30 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่น้องช้างจะเดินกลับบ้านเป็นประจำทุกวัน โดยจะเดินเรียงแถวกันมาและไม่ได้กีดขวางการจราจรมากนัก
ก่อนเกิดเหตุมีลูกค้าภายในร้านเกิดความเอ็นดูน้องช้าง จึงซื้อแตงกวามาให้น้องกิน ทำให้น้องหยุดรับอาหารเพียงชั่วครู่ไม่ถึง 1 นาที ก่อนจะเดินต่อไปตามปกติ ขณะเดียวกันมีรถยนต์ที่ขับตามหลังมา ซึ่งโดยปกติแล้วผู้ขับขี่มักจะชะลอความเร็วหรือหยุดรอให้น้องช้างเดินผ่านไปก่อน แต่รถคันดังกล่าวกลับขับผ่านออกไป จนกันชนด้านหน้าเฉี่ยวโดนขาของน้องช้างอย่างจังจนเกิดเสียงดัง ทำให้คนที่เห็นเหตุการณ์ต่างตกใจและเป็นห่วงว่าน้องจะได้รับบาดเจ็บ
นางกิตติยา กล่าวว่า สาเหตุที่นำคลิปมาเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เพราะต้องการฝากเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนให้มีความเห็นใจและเพิ่มความระมัดระวังเมื่อต้องใช้เส้นทางร่วมกับน้องช้าง ซึ่งปกติจะมีรถรับ-ส่ง แต่จากภาวะค่าครองชีพและราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ทำให้น้องช้างต้องเดินไป-กลับเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่าย
“อยากให้ผู้ใช้รถใช้ถนนช่วยชะลอความเร็วกันสักนิด เพื่อความปลอดภัยของน้องช้าง ถนนเส้นนี้เป็นถนนในชุมชนที่ไม่ควรใช้ความเร็วอยู่แล้ว หลังจากคลิปถูกเผยแพร่ออกไป มีประชาชนจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นและขอให้ช่วยเห็นใจน้องช้าง เพราะน้องเปรียบเสมือนตัวแทนของชาวอยุธยาที่คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกวัน พอเลิกงานกลับบ้าน คนใจดีก็อยากซื้อน้ำซื้ออาหารให้เป็นรางวัลเล็ก ๆ น้อย ๆ จึงไม่อยากให้เกิดเหตุที่อาจทำให้น้องได้รับอันตราย” นางกิตติยา กล่าว
ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังหมู่บ้านช้างเพนียดหลวง หมู่ 3 ตำบลสวนพริก อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อสอบถามอาการของน้องช้าง โดยพบกับ สัตวแพทย์หญิงลาดทองแท้ มีพันธุ์ ผู้ฝึกสอนช้างและสัตวแพทย์ประจำวังช้างแลเพนียด
สัตวแพทย์หญิงลาดทองแท้ เปิดเผยว่า หลังได้รับแจ้งเหตุและตรวจสอบคลิปภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่าลักษณะเหตุการณ์ไม่ได้เป็นการพุ่งชนโดยตรง แต่คาดว่าเป็นจังหวะที่กันชนหน้าของรถยนต์ไปเฉี่ยวโดนบริเวณขาของน้องช้าง ทำให้น้องตกใจเพียงชั่วขณะเท่านั้น และไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด
“จากการสังเกตพฤติกรรมและการเดินของน้องช้างหลังเกิดเหตุ ทุกอย่างยังเป็นปกติ ในคลิปจะเห็นว่าน้องเพียงหันมามองคล้ายกับตกใจว่ามีอะไรมาสัมผัสหรือกระแทกบริเวณขา แต่ไม่ได้มีอาการเจ็บปวด หากช้างได้รับบาดเจ็บจริงจะแสดงอาการออกมาอย่างชัดเจน เพราะแม้จะพูดไม่ได้ แต่จะแสดงพฤติกรรมให้ผู้ดูแลสังเกตเห็นได้ทันที” สัตวแพทย์หญิงลาดทองแท้ กล่าว
สัตวแพทย์หญิงลาดทองแท้ กล่าวอีกว่า จากการพิจารณาคลิปเหตุการณ์ เชื่อว่าอาจเป็นอุบัติเหตุจากจังหวะหรือมุมอับในการมองเห็นมากกว่าความตั้งใจของผู้ขับขี่ โดยในช่วงเกิดเหตุ น้องช้างอาจหันตัวไปทางประชาชนที่กำลังจะให้อาหาร ขณะที่รถยนต์กำลังขับผ่าน ทำให้เกิดการเฉี่ยวกันขึ้นโดยไม่คาดคิด
“น้องช้างยังคงมีพฤติกรรมตามปกติ สนใจผู้คนและอาหารที่ประชาชนนำมาให้เหมือนเดิม ไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ น้องเป็นช้างเพศผู้ อายุ 10 ปี สุขภาพแข็งแรงดี เหตุการณ์ครั้งนี้น้องเพียงตกใจเท่านั้น”
พร้อมกันนี้ สัตวแพทย์หญิงลาดทองแท้ ได้กล่าวขอบคุณประชาชนและชาวโซเชียลที่ส่งกำลังใจและแสดงความห่วงใยน้องช้างจำนวนมาก โดยยืนยันว่าได้มีการตรวจสุขภาพอย่างละเอียดแล้ว ไม่พบบาดแผลหรืออาการบาดเจ็บใด ๆ และน้องช้างยังคงแข็งแรงสมบูรณ์ ใช้ชีวิตได้ตามปกติ
ราชมงคลสุวรรณภู…
รวบ 4 ผู้ต้องหา…
รถบัสรับส่งพนัก…