พ.ต.อ.ธัช โพธิ์สุวรรณ ผกก.1 บก.ทล. พร้อมด้วย พ.ต.ท.ศุภกร ตังคะประเสริฐ สวญ.ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล. และ พ.ต.ท.กิตติภพ ทองเพชร สว.ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล ให้ข้อมูลว่า
ตำรวจทางหลวง กก.1 บก.ทล. เปิดปฏิบัติการสกัดกั้นการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองในพื้นที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะช่วงวันหยุดยาว ซึ่งมักมีประชาชนเดินทางจำนวนมาก ทำให้ขบวนการลักลอบขนแรงงานอาศัยจังหวะปะปนกับรถของประชาชนทั่วไปเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่
พบรถยนต์จำนวน 3 คัน เกาะกลุ่มตามกันมา จึงได้วางกำลังเฝ้าติดตามตามเส้นทาง จนรถยนต์ทั้งสามคันจอดติดไฟแดงบริเวณสี่แยกไฟแดงทุ่งมะขามหย่อง ต.บ้านใหม่ อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัวเข้าขอตรวจค้น
พบรถยนต์นิสสัน X-TRAIL มีนายชิต ตู อ่อง อายุ 33 ปี เป็นผู้ขับ ภายในรถพบแรงงานชาวเมียนมา 6 คน ส่วนรถเก๋งโตโยต้า มีนายพงศ์ธร เป็นผู้ขับ และพบแรงงานชาวเมียนมาอีก 6 คน โดยทั้งหมดไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนการเดินทาง
ระหว่างการตรวจค้น คนขับรถกระบะมิตซูบิชิ ไทรทัน พยายามขับหลบหนี แต่ไปติดสัญญาณไฟแดง เจ้าหน้าที่จึงเข้าควบคุมตัว พบผู้ขับคือ นายเย สัญชาติเมียนมา พร้อมแรงงานชาวเมียนมา อีก 6 คน ภายในห้องโดยสาร ซึ่งทั้งหมดไม่มีเอกสารแสดงตนเช่นกัน จึงควบคุมตัวทั้งหมดไว้ดำเนินคดี
สอบสวน นายชิต ตู อ่อง ให้การรับสารภาพว่า ได้รับการติดต่อจากชายชาวเมียนมารายหนึ่งให้ไปรับแรงงานต่างด้าวในพื้นที่ จ.สิงห์บุรี ทั้งหมด 18 ราย แต่รถไม่สามาถ บรรทุกมาได้หมด จึงชักชวนเพื่อนอีก 2 คน ขับรถทั้ง 3 คัน ลำเลียงแรงงานมาส่งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยได้รับค่าจ้างคนละ 900 บาทต่อแรงงาน 1 คน แต่ถูกตำรวจทางหลวงสกัดจับได้เสียก่อน
ส่วนแรงงานชาวเมียนมาทั้งหมดให้การว่า พวกตนลักลอบเข้าประเทศผ่านช่องทางธรรมชาติในพื้นที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย จ่ายเงินให้นายหน้าคนละ 14,000-20,000 บาท ก่อนมีรถมารับเพื่อเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมด พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และขยายผลติดตามขบวนการผู้ว่าจ้างและนายหน้าที่อยู่เบื้องหลังต่อไป
ตำรวจกองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ร่วมกับ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) , บก.ปทส. และ ตม.พระนครศรีอยุธยา จับกุม นายพงศ์ธร (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี ที่บริเวณแยก
ข้อหา “รู้ว่าคนต่างด้าวคนใดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมายให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม”
และจับกุมแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมาอีก 18 ราย ข้อกล่าวหา “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” พร้อมตรวจยึดของกลางรถยนต์นั่งส่วนบุคคล Nissan X-Trail จำนวน 1 คัน, รถเก๋ง Toyota Soluna จำนวน 1 คัน , รถกระบะ Mitsubishi Triton จำนวน 1 คัน , โทรศัพท์มือถือไอโฟน 14 โปรแม็กซ์ 1 เครื่อง และกุญแจรถยนต์ของกลาง
โดยชุดจับกุม ได้รับแจ้งจากสายลับว่า จะมีขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองกลุ่มใหญ่ โดยอาศัยช่วงเทศกาลวันหยุดยาวที่มีการสัญจรหนาแน่น ทำทีขับรถปะปนเนียนไปกับกลุ่มคนไทยท่องเที่ยวทั่วไปเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ เจ้าหน้าที่จึงวางกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ จนกระทั่งพบรถต้องสงสัย ขับตามกันมาด้วยท่าทางมีพิรุธและบรรทุกน้ำหนักมากผิดปกติ จึงได้ทำการสกัดจับกุม
เบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยกลุ่มคนขับยอมรับว่า ได้รับการว่าจ้างหัวละ 900 บาท ในการขนต่างด้าวจาก จ.สิงห์บุรี ไปส่งปลายทางกรุงเทพฯ และปริมณฑล ส่วนแรงงานต่างด้าวสารภาพว่า ลักลอบเดินทางเข้ามาทางช่องทางธรรมชาติ จ.เชียงราย จ่ายค่าจ้างให้นายหน้าคนละ 14,000-20,000 บาท
ส่วนแรงงานชาวเมียนมาทั้งหมดให้การว่า พวกตนลักลอบเข้าประเทศผ่านช่องทางธรรมชาติในพื้นที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย จ่ายเงินให้นายหน้าคนละ 14,000-20,000 บาท ก่อนมีรถมารับเพื่อเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมด พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และขยายผลติดตามขบวนการผู้ว่าจ้างและนายหน้าที่อยู่เบื้องหลังต่อไป
ตร.พระอินทร์ราช…
ประชาชนร่วมทำบุ…
เจ้าหน้าที่เข้า…