สาวหึงโหดเห็นสาวนั่งกินเหล้าข้างผัวปรี่ใช้มีดแทงอกสาวดับ



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 21.00 น.ของวันที่ 30 ม.ค. ที่ผ่านมา พ.ต.ท.อำนาจ ประเทือง สว.(สอบสวน) สภ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยาได้รับแจ้งเกิดเหตุทะเลาะวิวาทใช้อาวุธมีดแทงกัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ที่บ้านเลขที่ 62/2 ม.7 ต.ภาชี อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน และ มูลนิธิพุทไธสวรรย์ ไปให้การช่วยเหลือ



ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวใต้ถุนสูง บริเวณหน้าบ้านพบน.ส.วารุณี ศรีเผือก 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 49/2 ม.7 ต.ภาชี อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา มีถูกแทงด้วยอาวุธมีดเข้าที่หน้าอกซ้ายและหัวไหล่หมดสติจมกองเลือดอยู่บนเก้าอี้ เลือดไหลนองเต็มพื้น เจ้าหน้าที่ช่วยกันปั้มหัวใจนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลภาชี เสียชีวิตในเวลาต่อมา ใกล้กันพบ นาย เชาวลิต ลิ่มทองน้อย อายุ 52 ปีอยู่บ้านเลขที่ 33/3 ม.7 ต.ภาชี อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา มีบาดแผลถูกแทงเข้าที่หัวไหล่ซ้าย นำส่งรักษาที่โรงพยาบาลภาชี อาการปลอดภัยแล้วตรวจสอบที่บริเวณโต๊ะใต้ถุนบ้านพบขวดสุรา จำนวน 2 ขวด จานชามกับแก้ม ที่พื้นพบกองเลือดจำนวนมากสอบถามนาย เชาวลิตลิ่มทองน้อย ทราบว่า ช่วงเวลาเกิดเหตุตนได้นั่งสังสรรค์ ดื่มเหล้าขาว อยู่กับเพื่อนอีก 5 คน รวมถึงผู้เสียชีวิตด้วย ที่หน้าบ้าน จู่นางสาวสุดารัตน์ เฮงสิงห์โต อายุ 48 ปี ผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นแฟนของตน ได้ตรงเข้ามาใช้อาวุธมีดแทงเข้าที่หน้าอกของน.ส.วารุณีศรีเผือก 39 ปี ผู้เสียชีวิต จำนวน 2 ครั้ง แล้วหันกลับมาแทงเข้าที่หัวไหล่ของตน แล้วรีบวิ่งหลบหนีไป โดยไม่ได้พูด อะไรกับใคร ท่ามกลางความตกใจ ส่วนสาเหตุน่าจะเกิดความหึงหวงที่เห็นตนนั่งอยู่กับผู้ตายไม่คิดว่าจะทำกันได้ขนาดนี้ คบหากันมา 7 ปี ไม่เคยมีเหตุการณ์แบบนี้เลย



ด้านพ.ต.ท.อำนาจประเทือง สว.(สอบสวน) สภ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่าหลังจากได้รับแจ้งเหตุได้ออกไปตรวจสอบทันที่จากการตรวจสอบทราบว่าผู้ก่อเหตุคือนางสาวสุดารัตน์ เฮงสิงห์โต อายุ 48 ปีหลังจากที่ก่อเหตุแล้วได้หลบหนีไปที่บ้านพักของตน ในเขตอ.นครหลวงจ.พระนครศรีอยุธยา หลังจากนั้นได้ติดต่อมาขอมอบตัว จึงให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนไปควบคุมตัวเพื่อทำการสอบสวนจากการสอบสวนทราบว่า ผู้ก่อเหตุนั้นได้หึงหวงที่ผู้ตายนั้นมานั่งอยู่ข้างๆแฟนของตน จึงได้ใช้อาวุธมีดแทงจนเสียชีวิตอย่างไงก็ตามเจ้าหน้าที่ต้องทำการสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้งส่วนศพผู้เสียชีวิตนั้นได้ส่งไปชันสูตรที่ สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จ.ปทุมธานี






คุณอาจสนใจข่าวนี้

error: เนื้อหา และภาพข่าวมีลิขสิทธิ์ห้ามนำไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาติ