รวบ 2 ช่างทาสี ลอบตัดสายไฟโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา สารภาพขายทองแดงได้เพียง 640 บาท แต่สร้างความเสียหายหนัก ต้องย้ายผู้ป่วยวิกฤต

รวบ 2 ช่างทาสี ลอบตัดสายไฟโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา สารภาพขายทองแดงได้เพียง 640 บาท แต่สร้างความเสียหายหนัก ต้องย้ายผู้ป่วยวิกฤต
พ.ต.อ.ปองภพ ประสบพิชัย ผกก.สภ.พระนครศรีอยุธยา กล่าว่า กรณีคนร้ายลักตัดสายไฟภายในห้องควบคุมระบบไฟฟ้า ชั้น 2 อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา จนทำให้ระบบไฟฟ้าภายในโรงพยาบาลขัดข้อง เมื่อเวลาประมาณ 17.03 น. วันที่ 10 กรกฎาคม 2569 ส่งผลกระทบต่ออุปกรณ์ทางการแพทย์และระบบต่าง ๆ ภายในโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ต้องเร่งใช้ระบบไฟฟ้าสำรอง พร้อมเคลื่อนย้ายผู้ป่วยวิกฤตไปรักษายังโรงพยาบาลใกล้เคียง ระหว่างดำเนินการซ่อมแซมระบบไฟฟ้า

ภายหลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.สุรวุฒิ แสงรุ่งเรือง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้สั่งการให้เร่งรัดสืบสวนติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุโดยเร็ว ตำรวจชุดสืบสวนจึงลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ สอบปากคำพยาน และตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดอย่างละเอียด
จากการสืบสวนพบว่า ผู้ก่อเหตุเป็นชาย 2 คน ใช้วิธีโรยตัวลงจากฝ้าเพดานเข้าไปภายในห้องควบคุมระบบไฟฟ้า ก่อนลักตัดสายไฟและขนทรัพย์สินออกจากพื้นที่ เมื่อตรวจสอบประวัติพบว่าทั้งสองเป็นช่างทาสีที่เคยเข้ามาปฏิบัติงานภายในโรงพยาบาล จึงรวบรวมพยานหลักฐานและขยายผลจนทราบตัวผู้ต้องหา คือ นายวรวัฒน์ อายุ 33 ปี ชาวจังหวัดฉะเชิงเทรา และนายสมชาติ อายุ 62 ปี ชาวจังหวัดสมุทรปราการ
เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 รายได้ ขณะกำลังปลอกสายไฟเพื่อนำทองแดงออกไปขาย โดยพบว่าสายไฟบางส่วนถูกนำไปจำหน่ายให้ร้านรับซื้อของเก่าแล้ว
จากการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพว่า ร่วมกันลักตัดสายไฟ นำไปเผาและปลอกเอาทองแดง ก่อนนำไปขายให้ร้านรับซื้อของเก่า ได้เงินรวมเพียง 640 บาท เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดของกลาง 5 รายการ พร้อมแจ้งข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ในสถานที่ราชการโดยใช้ยานพาหนะ ทำลายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองทรัพย์ และรับของโจร” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

ด้าน พล.ต.ต.สุรวุฒิ แสงรุ่งเรือง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า แม้ผู้ต้องหาจะนำสายไฟไปขายได้เพียงไม่กี่ร้อยบาท แต่กลับสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อระบบจ่ายไฟของโรงพยาบาล ส่งผลให้ไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง กระทบต่อการรักษาผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ต้องใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์และเครื่องช่วยหายใจ โรงพยาบาลต้องเร่งเดินเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง ควบคู่กับการซ่อมแซมระบบ และจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วยวิกฤตบางส่วนไปยังโรงพยาบาลใกล้เคียงเพื่อความปลอดภัย
ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ย้ำว่า ตำรวจจะเดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมทุกประเภทอย่างจริงจัง โดยเฉพาะคดีที่กระทบต่อความปลอดภัยของประชาชน สถานพยาบาล และสถานที่ราชการ พร้อมกำชับทุกสถานีตำรวจเพิ่มความเข้มในการป้องกันเหตุ สืบสวน และติดตามผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดโดยเร็วที่สุด.




